วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

นมัสการพระบาทพลวง ที่ เขาคิชฌกูฏจันทบุรี

 
 อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันจนติดปากว่า "เขาคิชฌกูฏ" มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีและยังเป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรีสภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบมีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายาก คือ ไม้กฤษณา

          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบริเวณ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏได้แก่ น้ำตกกระทิง, น้ำตกคลองช้างเซ, ยอดเขาพระบาท และที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษนั้น เห็นจะเป็นการนมัสการรอยพระบาทเขาคิชฌกูฏ หรือ พระบาทพลวง นั่นเอง

          ทั้งนี้ ประชาชนจะนิยมไปนมัสการพระบาทหลวงเป็นจำนวนมากเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวเองโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปีจะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืนขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเขาคิชฌกูฏ ก็ได้จัดงานนมัสการพระบาทพลวงเป็นประจำทุกปีในช่วง ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 อีกด้วย

          อย่างไรก็ตาม กำหนดเปิดให้นมัสการรอยพระพุทธบาทในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557 ถึงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 โดยจะมีพิธีบวงสรวงปิดป่าเปิดงานในวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557 ทั้งนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก เขาพระบาทพลวง จันทบุรี

          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่...

          วัดกระทิง โทรศัพท์ 0 3945 2056
          เทศบาลตำบลพลวง โทรศัพท์ 0 3930 9281
          ศูนย์กู้ชีพเทศบาลตำบลพลวง โทรศัพท์ 08 1722 1662 (สอบถามและขอความช่วยเหลือได้ 24 ชั่วโมง) หรือวิทยุสื่อสารติดต่อได้ทาง CB245 ช่อง 30 ความถี่ 245.3625MHz ส่วนวิทยุสมัครเล่นปีนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อ

          จุดบริการประชาชนด้านการแพทย์ ในปี 2557

          เขาคิชฌกูฏ จัดตั้งเป็นหน่วยกู้ชีพเฉพาะกิจ ชื่อ "กู้ชีพเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี" มีจุดให้บริการด้านการแพทย์ ดังนี้

          โรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏจันทบุรี มีจุดบริการการแพทย์ โดยเจ้าหน้าที่พยาบาล

          1. วัดพลวง บริการเฉพาะเสาร์-อาทิตย์-วันหยุด
          2. ลานเจดีย์ (จุดต่อรถขั้นที่ 2) บริการเฉพาะเสาร์-อาทิตย์-วันหยุด
          3. ลานพระบาทยอดเขา บริการทุกวัน

          ทีมกู้ชีพเขาคิชฌกูฏ (กู้ชีพ ทต.พลวง, กู้ชีพ ทต.คลองพลู, กู้ชีพ อบต.ตะกาดเง้า) มีเจ้าหน้าที่กู้ชีพดูแลทุกวัน 24 ชั่วโมง

          1. ห้องพยาบาลลานพระสีวลี (จุดลงรถสุดท้ายก่อนเดินเท้าขึ้นเขา)
          2. ห้องพยาบาลลานพระเมตตา (เส้นทางเดินเท้าจากลานพระสีวลี-ลานพระบาท)
          3. ห้องพยาบาลจุดชมวิว (เส้นทางเดินจากลานอินทร์-ผ้าแดง)

          ทั้งนี้ ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือตามจุดดังกล่าวที่ใกล้เคียง หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง ผู้มีโรคประจำตัว หัวใจ ความดัน เบาหวาน ลมชัก ฯลฯ โปรดติดต่อห้องพยาบาลใกล้เคียงก่อนเดินเท้าขึ้น เพื่อได้รับความดูแลในเส้นทางเป็นพิเศษ





ตำนานรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ

          ตำนานรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏมีอยู่ว่า นายติ่งและคณะได้ขึ้นบนเขาเพื่อไปหาไม้กฤษณามาขาย และได้ไปพักเหนื่อยบนลานหินกว้าง ระหว่างนั้นเพื่อนของนายติ่งคนหนึ่ง ได้ถอนหญ้าเพื่อนอนพักก็พบแหวนใหญ่ขนาดสวมหัวแม่เท้าได้ เเละเมื่อช่วยกันตรวจดูก็พบหินแผ่นหนึ่ง มีพื้นที่เป็นรอยรูปก้นหอย ต่อมานายติ่งและเพื่อนได้นำบุตรชายไปอุปสมบทที่วัดพลับ รุ่งขึ้นก็มีงานปิดรอยพระพุทธบาทจำลอง นายติ่งซื้อทองไปปิดแล้วจึงพูดว่าแถวบ้านตนก็มีรอยแบบนี้เช่นเดียวกัน พอดีมีพระได้ยินเข้าจึงไปเรียนให้เจ้าอาวาสวัดรับทราบ เจ้าอาวาสจึงเรียกนายติ่งเข้าไปสอบถาม พร้อมกับส่งคณะขึ้นไปพิสูจน์ดู ก็พบว่าเป็นความจริง และเมื่อตรวจดูบริเวณรอบ ๆ ก็พบกับสิ่งประหลาดมหัศจรรย์อีกหลายอย่าง รอยพระพุทธบาทนั้นท่านทรงเหยียบจารึกไว้ที่ศิลาแผ่นใหญ่ บรรจุคนนั่งได้ร้อยกว่าคน บนยอดเขาสูงสุด กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร

          ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรอยพระพุทธบาทมีหินกลมก้อนหนึ่งใหญ่มาก เรียกว่า หินลูกพระบาท ตั้งขึ้นมาอย่างน่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์ มองดูคล้ายลอยอยู่เฉย ๆ มีคนกล่าวว่าเขาเคยเอาด้ายสายสิญจน์คล้องแล้วหลุดออกมาได้ และยังมีหินอีกลูกอยู่ตรงข้ามกับหินลูกพระบาทนี้ ก็มีรอยพระหัตถ์ไปรับหินก้อนนี้ จากรอยพระพุทธบาทกับรอยพระหัตถ์นั้น ห่างกันประมาณ 5 เมตร และยิ่งแปลกไปกว่านั้น ในก้อนหินตรงกันข้ามกับรอยพระหัตถ์ ยังมีรูปรอยเท้าใหญ่ ซึ่งเรียกกันว่ารอยเท้าพญามาร เพียงแหงนหน้าขึ้นไปจะมองเห็นได้ทันที สูงประมาณ 15 เมตร

          ต่อจากนั้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากหินลูกนี้ไปเพียง 15 วา มีหินลูกข้างบนเป็นลานและมองเห็นรอยรถหรือรอยเกวียน เมื่อยืนบนหินลูกนั้นมองลงไปทางทิศเหนือจะเห็นถ้ำเต่า หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของรอยพระพุทธบาทจะเห็นถ้ำช้าง และถ้ามองจากรอยพระพุทธบาทขึ้นไป จะเห็นหินก้อนหนึ่งมีรูปลักษณะคล้ายช้างจริง เลยจากช้างไปสูงสุดนั้นเรียกกันว่าห้างฝรั่ง เพราะฝรั่งได้ขึ้นไปตั้งห้างส่องกล้องเพื่อทำแผนที่ มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ยังมีถ้ำอีกถ้ำหนึ่งเรียกว่าถ้ำสำเภา เพราะมีหินก้อนหนึ่งข้างบนถ้ำมีลักษณะคล้าย ๆ เรือสำเภา และยังมีอีกถ้ำหนึ่งใต้พระบาทนี้เรียกว่าถ้ำตาฤาษี



พระบาทพลวง หรือ พระพุทธบาทพลวง ประดิษฐานอยู่บนเขาคิชฌกูฎ โดยพระบาทพลวงนี้เป็นรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ กว้าง 1เมตร ยาว 2 เมตร อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรที่จังหวัดจันทบุรี และถือว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดของประเทศไทยและอยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร

          โดยการจัดเดินป่าขึ้นยอดเขาคิชฌกูฏ เป็นงานประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูง และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก...ในอดีตจะเป็นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขา แต่ในปัจจุบันมีรถบริการให้ประชาชน ได้เดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น

          ส่วนกิจกรรมในงานกราบสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฎ การเดินทางเริ่มต้นที่วัดพลวงไปตามถนนระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ทิวทัศน์บนยอด เขาคิชฌกูฏ หรือ เขาพระบาท นี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา ที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระบาทซึ่งมีอากาศเย็นสบายนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน


ซึ่งในช่วงเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงพุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธาจะเดินทางขึ้นเขาไปแสวงบุญเป็นจำนวนมากเพราะนอกจากจะได้นมัสการพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์แล้วยังจะได้ชมความงดงามแปลกอัศจรรย์ของหินลูกพระบาท ก้อนหินกลมใหญ่ริมหน้าผาและได้รับความสดชื่นจากบรรยากาศบนยอดเขาคิชฌกูฏ นอกจากนี้ผู้ที่ถึงวัดพลวงตอนเย็น สามารถพักค้างคืนเพื่อเริ่มขึ้นยอดเขาในตอนเช้าได้โดยทางวัดมีที่พัก และที่อาบน้ำไว้รองรับคนได้จำนวนมาก



 สำหรับการเดินทางนั้นก็ง่ายแสนง่าย หากมาตามถนนสุขุมวิท ถึงทางแยกเข้าตัวเมืองจันทบุรี (สี่แยกเขาไร่ยา)ให้เลี้ยวลงถนนทางน้ำตกกระทิง หรือถนนบำราศนราดูร จากทางแยกเขาไร่ยาไปถึงน้ำตกกระทิงประมาณ 20 กิโลเมตร เลยวัดระทิงไป 400 เมตรถึงแยกขวามือไปวัดพลวง เป็นถนนลูกรังระยะทาง 3 กิโลเมตร เมื่อถึงวัดพลวงจะเป็นจุดเริ่มต้นขึ้นไปยังยอดเขามีรถรับจ้างทดเฟืองพิเศษรับไปส่งถึงจุดที่ใกล้ที่สุดและเดินเท้าต่ออีกประมาณ 40 นาที

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 วันที่ 27 ก.พ. ถึง 2 มี.ค. 57


อุ่นเครื่องเตรียมตัวออกเดินทางกันอีกครั้งกับ งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ภายใต้แนวคิด "แจกฟรี เที่ยวฟรี ฉลองครบรอบ 30 ครั้ง" จัดโดย บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.

          งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวในประชาคมอาเซียน (AEC) โดยการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทุกภูมิภาคที่ยังไม่เป็นที่รู้จักให้เป็นที่รู้จัก ภายในงานพบสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 1,200 บูธ พร้อมโปรโมชั่นลดสูงสุด 70% อาทิ ที่พัก โรงแรม สายการบิน รถเช่า เรือท่องเที่ยว ทัวร์ สปา อุปกรณ์เดินทาง และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำ

          ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 2683 3065-8 หรือเว็บไซต์ www.pkexhibition.com
หรือ เฟซบุ๊ก ไทยเที่ยวไทย

           ดาวน์โหลดรายชื่อผู้แสดงงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 

           แผนผังงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30

          ไทยเที่ยวไทยขอแนะนำ AIS Guide & Go แอพพลิเคชั่นที่จะนำทางคุณไป Check in ได้ทุกสถานที่เที่ยวของผู้ประกอบการที่มาออกบูธงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 แบบ Offine โดยไม่ใช้เน็ต พร้อมดูโปรโมชั่นพิเศษในงานครั้งนี้ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 พบกันที่ศูนย์สิริกิติ์  นอกจากนี้ บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว เปิดบูธในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ให้ผู้ชมงานสามารถตรวจสอบใบอนุญาตนำเที่ยวจากผู้ประกอบการทัวร์ทุกประเภท อย่าลืม ! ก่อนตัดสินใจซื้อแพ็กเกจเที่ยวทัวร์ทุกครั้ง ให้ดูเงื่อนไขและขอดูใบอนุญาตนำเที่ยวที่ถูกต้องด้วยนะคะ


โปรโมชั่นน่าสนใจภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30



          พบกับโปรโมชั่นดี ๆ พิเศษสุดของ "โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่" ในงานไทยเที่ยวครั้งที่ 30 แจกฟรี ! เที่ยวฟรี ! 30 ครั้ง ได้ที่บูธ C366


          เติมสีสันวันหยุดของคุณด้วยโปรโมชั่นห้องพักลดราคา 50-65% จากราคาปกติ พบกันที่บูธ C125 เดอะวิลเลจ โคโคนัท ไอส์แลนด์ ภูเก็ต วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ณ ศูนย์สิริกิติ์ค่ะ



          ไม้แก้วดำเนิน รีสอร์ท วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 พบกันในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ณ ศูนย์สิริกิติ์ (บูธ G205-206)



          BUDGET โปรฯ รถเช่าราคาพิเศษ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 พบกันในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ณ ศูนย์สิริกิติ์ (บูธ A06, A23)




          สยามนิรมิต สุดยอดการแสดงวิจิตรมหัศจรรย์ระดับโลก โปรโมชั่นพิเศษ ! บัตรชมการแสดง ราคาเพียง 999 บาท (ปกติ 1,500 บาท/ท่าน) หรือบัตรชมการแสดงพร้อมอาหารค่ำ ราคาเพียง 1,250 บาท (ปกติ 1,850 บาท/ท่าน) พบกันในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ณ ศูนย์สิริกิติ์ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 (บูธ C263)



          โปรโมชั่นโดนใจ 1,199 บาท คุ้มเกินคุ้ม เที่ยวทะเลแบบสบายกระเป๋ากับ กะตะ ซี บรีซ รีสอร์ท, ภูเก็ต (G241) พบกันในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 @ ศูนย์สิริกิติ์ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557


          อินทิเมท โฮเทล พัทยา (C051-C052) โปรโมชั่นซื้อ 1 ฟรี 1 คืน ในราคาพิเศษเพียง 3,500 บาท ราคานี้ใช้ได้สำหรับการเข้าพักวันธรรมดา (อาทิตย์-พฤหัสบดี) วันศุกร์-เสาร์ จ่ายเพิ่ม 500 บาท/ห้อง/คืน วันหยุดนักขัตฤกษ์จ่ายเพิ่ม 500 บาท/ห้อง/คืน (ใช้ได้ถึง 9 กันยายน 2557) พบกันในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ศูนย์สิริกิติ์ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 ค่ะ



          แวะด่วน !! บูธโรงแรมฮิลตัน พัทยา (P184-P185) พบกับโปรโมชั่นห้องพัก และ F&B ในราคาสุดพิเศษก่อนใครในงานนี้เท่านั้น วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ณ ศูนย์สิริกิติ์ค่ะ



          พบกับแพ็กเกจราคาพิเศษ 3 วัน 2 คืน เริ่มต้นท่านละ 5,900 บาท ได้ที่บูธ บันดาหยา รีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล (C256) ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ณ ศูนย์สิริกิติ์ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557


          แนะนำรถเช่า AVIS พบกันในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 ณ ศูนย์สิริกิติ์ (บูธ A01, A14-15)



          วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 พบกับโปรโมชั่นจากเสม็ด รีสอร์ท กรุ๊ป ซื้อ 1 คืน ฟรี 1 คืน สำหรับที่พักสุดหรูบนเกาะเสม็ด ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 ณ ศูนย์สิริกิติ์ บูธ C225-C226



          โปรโมชั่นรถเช่า Sixt Rent a Car เฉพาะที่งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 30 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2557 ณ ศูนย์สิริกิติ์

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

5 ที่เที่ยวอันซีน เมืองกาญจนบุรี


1. สะพานลูกบวบ  อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี



อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หลังจากที่สะพานไม้ (สะพานมอญ) หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ พังถล่มลงมาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ชาวบ้านจึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสะพานลูกบวบขึ้นมา เพื่อทดแทนสะพานไม้ที่ขาดจากกันและใช้เป็นแพชั่วคราวสำหรับการสัญจรข้ามแม่น้ำซองกาเรียระหว่างรอการซ่อมแซมสะพานไม้ของชุมชน  ทำให้วันนี้สะพานลูกบวบได้กลายเป็นที่เที่ยวแห่งใหม่ของสังขละบุรี ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องหาโอกาสเดินทางชมสะพานไม้แพลูกบวบ และเดินพิชิตผิวน้ำข้ามฝั่งบนแพลูกบวบกันให้ได้สักครั้ง

2. ด่านเจดีย์สามองค์  อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี



ด่านเจดีย์สามองค์ ชายแดนที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดกาญจนบุรีของไทยกับเมืองพญาตองซูของพม่า ด่านเจดีย์สามองค์มีความสำคัญในอดีตเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเส้นทางการเดินทัพที่พม่าใช้เดินทางผ่านเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นแหล่งขายสินค้าของฝากของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาชอปกันสักครั้ง

3.เมืองบาดาล อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี



เมืองบาดาลแห่งนี้ในอดีต คือวังก์วิเวการาม (เดิม) วัดประจำหมู่บ้านมอญที่จมอยู่ใต้น้ำหลังการสร้างเขื่อนเขาแหลมเพื่อใช้สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า หากไปในช่วงเดินพฤศจิกายน-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงน้ำในเขื่อนลดลงมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปไหว้พระ ชมกำแพงโบสถ์ และถ่ายรูปกับเจดีย์หอระฆังได้อย่างจุใจ แต่หากไปในช่วงนํ้าขึ้นเต็มเขื่อน ประมาณเดือนมิถุนายน- ตุลาคม วัดแห่งนี้จะจมน้ำจนเกือบมิด นักท่องเที่ยวจะมองเห็นตัววัดที่โผล่พ้นเพียงเล็กน้อยจากบนเรือเท่านั้น

4.ปราสาทเมืองสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี



ปราสาทเมืองสิงห์  อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นศาสนสถานโบราณ สร้างด้วยศิลปะขอมแบบบายนแห่งเดียวในภาคตะวันตกของประเทศไทย

5. โบสถ์แสตนเลส อ.ศรีสวัสดิ์ จ. กาญจนบุรี



ล่องเรือสุดสายน้ำค้นหาโบสถ์และพระพุทธรูปมหัศจรรย์ทำจากสแตนเลส โบสถ์แสตนเลส อ.ศรีสวัสดิ์ แหล่งท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่ ที่สร้างสรรค์จากแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก่อเกิดเป็นพระอุโบสถแสตนเลสหนึ่งเดียวในโลก ตั้งอยู่ทางตอนบนสุดของทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ณ วัดปากลำขาแข้ง ต.เขาโจด เดินทางเข้าถึงได้ด้วยทางเรือเท่านั้น ภายในบริเวณวัดยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างจากแสตนเลสอีกด้วย (สถานที่ตั้ง วัดปากลำขาแข้ง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

ตลาดน้ำตลิ่งชัน อร่อยทุกเจ้า เด็ดทุกร้าน!!


ตลาดน้ำตลิ่งชัน อยู่บริเวณริมฝั่ง "คลองบางขุนศรี" หรือคนทั่วไปมักเรียกว่า "คลองชักพระ" ยังคงบรรยากาศ และวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ ชาวบ้าน วัด บ้านทรงไทย ทั้งแบบเก่า และ แบบประยุกต์ ร้านค้า เรือขายของ สองฝั่งแวดล้อมด้วยสวนกล้วยไม้ สวนผักและผลไม้พื้นบ้าน อาทิ กระท้อนห่อ ขนุน มะปรางไข่ มะม่วง เป็นต้น



ตลาดน้ำตลิ่งชัน เป็นตลาดกึ่งชนบท ผสมผสานระหว่างชีวิตริมน้ำกับธรรมชาติ ตลาดมีเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ เท่านั้น โดยประมาณ 07.00 น. พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งก็คือ ชาวสวนในพื้นที่จะเริ่มนำผลผลิตจากสวน ซึ่งมีทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ผลไม้ ปลา และสัตว์น้ำต่างๆ มาจำหน่ายเหมือนตลาดสดทั่วไป เพียงแต่ผลผลิตเหล่านี้ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และวิถีชีวิตชาวสวน

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารบนแพริมน้ำ ซึ่งมีอาหารไทยและขนมหวานหลากหลายชนิด งานหัตถกรรมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน การจัดทัวร์ทางน้ำท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตริมคลอง และฟังดนตรีไทยที่จะมาบรรเลงเพลงในวาระโอกาสพิเศษต่างๆ

เกาะมันกลาง เที่ยวพักผ่อนแสนสงบ น้ำใสๆ หาดทรายขาวจั๊ว!!!







อากาศร้อนๆ อย่างนี้ หากนึกถึงการท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน หลายคนคงพาหัวใจล่องลอยไกลไปถึงทะเลสวย ฟ้าใส หาดทรายขาว มาเติมเต็มความสดชื่นกันแบบเต็มอิ่ม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ภูมิภาคตะวันออก จึงได้นำทีมสื่อมวลชนและ สนุก! ท่องเที่ยว ที่ร่างกายต้องการทะเลพาไปสัมผัสความสวยงามของหมู่เกาะทะเลตะวันออกกันแบบจุใจ ที่ เกาะมันกลาง และ เกาะมันใน จังหวัดระยอง พร้อมกับทริปสนุกๆ ตามโครงการ "เที่ยวไทยตามรอยพระราชดำริ" ณ โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

แต่ก่อนจะขึ้นไปเที่ยวบนเกาะ เรามาทำความรู้จักกับข้อมูลของเกาะเหล่านี้สักนิดกันก่อนดีกว่า  เกาะมันกลางและเกาะมันใน เป็นส่วนหนึ่งของ หมู่เกาะมัน ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เมื่อเรามองจากชายฝั่งแหลมแม่พิมพ์จะมองเห็นเกาะสามเกาะเรียงกัน เกาะที่อยู่ใกล้ชายฝั่งมากที่สุด คือ เกาะมันใน ถัดออกไป คือ เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก

สำหรับทริปนี้เราจะขึ้นไปเที่ยวเกาะมันในกันก่อน เกาะมันใน นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมความสวยงามของสถานีเพาะพันธุ์เต่าทะเลที่ดูแลโดยกรมประมงได้ตั้งแต่เวลา 8.00 - 17.00 น. บนเกาะมีพิพิธภัณฑ์เต่าทะเลและเจ้าหน้าที่ใจดีที่คอยให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวด้วย รอบๆ ยังมีบ่อเพาะเลี้ยงลูกเต่าทะเล และพ่อแม่พันธุ์เต่าทะเลหลายสายพันธุ์ทั้งเต่ากระ เต่าตนุ ให้เราชมความน่ารักแบบใกล้ชิดอีกด้วย ส่วนใครเล่นน้ำคลายร้อนรอบๆ เกาะยังเป็นแหล่งดำน้ำดูประการังที่สวยงาม แต่เขาไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน ต้องมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับเท่านั้น

เมื่อเที่ยวชมเกาะมันในแบบจุใจแล้ว พวกเรานั่งเรือประมงลำใหญ่ไปยังเกาะมันกลาง ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เพื่อไปพักค้างคืนและสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ บนเกาะมันกลางมีรีสอร์ทเพียงแห่งเดียว นั่นคือ มันตาคีรี ไอส์แลนด์ รีสอร์ทที่นักท่องเที่ยวผู้รักทะเลหลายคนใฝ่ฝันจะไปเยือนกันสักครั้ง

เกาะมันกลาง มีหาดทรายขาวนวลทอดยาวสะอาดตา มีทะเลแหวก ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทอดน่องชมวิวสวยๆ รอบเกาะได้ ส่วนด้านหน้าของรีสอร์ทจะมีโค้งหาดทรายเล็กๆ เป็นที่ตั้งที่พักในบรรยากาศแอบอิงธรรมชาติ สำหรับที่ชอบเที่ยวทะเลสงบๆ ผู้คนไม่พลุกพล่าน แต่ความขอความสบายมากหน่อย มาที่นี่ถือว่าไม่ลำบาก กับการเดินทางมาพักผ่อนอย่างเต็มที่ท่ามกลางสายลม แสงแดด และน้ำทะเลใสแจ๋ว

พูดง่ายว่าๆ เดินจากที่พักไม่ถึงสิบเก้าเท้าก็สัมผัสกับผืนทรายและทะเลแบบเต็มๆ และด้วยความที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ที่นี่จึงไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา แต่ทางรีสอร์ทได้อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยระบบปั่นไฟฟ้าใช้ภายในเกาะ มีการเปิดแอร์ให้ใช้เฉพาะตอน 5 โมงเย็น ปิดตอนราวๆ 7 โมงเช้า และมีการลำเลียงน้ำจืดจากบนฝั่งมาให้นักท่องเที่ยวได้ใช้กัน และความน่าสนใจของเกาะมันนอกอีกอย่างก็คือ ทะเลโดยรอบๆ เกาะเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำเลยทีเดียว

เอาเป็นว่าใครสนใจอยากใกลชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ก็สามารถติดต่อซื้อแพ็กเก็จทัวร์มาเที่ยว เกาะมันกลาง ได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 08 7992 1999, 08 7921 7555, หรือ 0 3865 7232 หรือคลิกดูรายละเอียดการเดินทางและราคาแพ็กเกจได้ที่ www.mantakiri.com

ขอขอบคุณ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคตะวันออก

แล้วคุณจะหลงรัก 10 ที่เที่ยวยอดฮิตช่วงปีใหม่


ช่วงปลายปีนี้อากาศหนาวกำลังได้ที่ แถมมีวันหยุดยาวตั้งหลายวัน สนุก! ท่องเที่ยว จึงคัดสรรที่เที่ยวแบบชิลล์ๆ มาให้เพื่อนๆ เลือกไปรับลมหนาวกันแบบสะใจถึง 10 แห่งเลยทีเดียว



1.ภูเรือ "ยอดภูที่หนาวที่สุดในเมืองไทยบนเทือกเขารอยต่อเหนือ - อีสาน สัมผัสแม่คะนิ้งและทุ่งดอกไม้ที่รายล้อมด้วยทะเลภูเขา" ใครที่ชอบอากาศหนาวจัดและอยากชมแม่คะนิ้งขอแนะนำอุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย เป็นเทือกเขาสูงอากาศเย็นตลอดปี มีดอกไม้นานาพันธุ์สลับกันออกดอกให้ชมทั้งปี และในหน้าหนาวจะมีแม่คะนิ้ง ซึ่งเกิดจากการที่น้ำค้างบนยอดหญ้าจับตัวกันจนเป็นน้ำแข็ง



2.ขุนวาง "สู่เส้นทางสายซากุระเมืองไทย ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงที่ปกคลุมด้วยดอกไม้เมืองหนาวนานาพรรณ" ถ้าคุณเป็นคนชอบถ่ายรูปกับสวนดอกไม้ไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)เป็นโครงการหลวงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดอยอินทนนท์ปกคลุมด้วยอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นแปลงสาธิตและวิจัยพืชเมืองหนาวหลายชนิด ในเดือนมกราคมของทุกปีจะมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานตลอดรายทางสวยงาม



3.สะเมิง "แหล่งรวมการท่องเที่ยวทางเลือก เมืองสวรรค์ที่ซ่อนเร้น และไร่สตรอเบอร์รี่แสนหวานในม่านหมอก" แม้จะไม่โด่งดังเท่ากับอำเภอปายแต่ที่นี่ก็มีของดีที่คนไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนไม่ควรพลาด อำเภอสะเมิงตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเชียงใหม่ ใก้ลกับปาย ของแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่เป็นทิวเขาสูง เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีไร่สตรอเบอร์รี่จำนวนมาก



4.เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ "แหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนใจกลางกรุง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ครบทุกสิ่งทั้งช้อป ชิม ชิลล์" ถ้าไม่อยากไปไหนไกลจากกรุงเทพ ลองขับรถมาเที่ยวที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตั้งอยู่ตรงข้าม เจริญกรุง 93 รวบรวมร้านค้าถึง 1,500 ร้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน



5.ไหว้พระ 9 วัด (ภาคกลาง) "เริ่มศักราชใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล ท่องเที่ยวพร้อมไหว้พระ ทำบุญตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา" ทริปสบายๆ ที่ไปกันได้ทั้งครอบครัวเพื่อเสริมสิริมงคล เริ่มต้นสิ่งดีในปีใหม่ เนื่องด้วยภาคกลางมีวัดจำนวนมากที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน ซึ่งสะดวกในการเดินทางทั้งท่องเที่ยวและทำบุญ และหลายๆ วัดมีจุดเด่นและมีประวัติที่สำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น อยากรู้ว่าคุณจะไปไหว้พระวัดไหนถึงจะเสริมสิริมงคลให้เหมาะกับราศีของตัวเอง ลองค้นหาคำตอบได้ที่นี่



6.บางปู "สถานตากอากาศใกล้กรุง แหล่งพักผ่อนทั้งครอบครัว ชมนก ชมน้ำและร้านอาหารทะเล" ไม่เน้นหนาว ไม่เน้นดอกไม้ แต่เน้นกินอาหารทะเลอร่อยๆ ต้องที่นี่ สถานตากอากาศบางปูตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จ.สมุทรปราการ เป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานาน เป็นศูนย์รวมการพักผ่อนหย่อนใจหลายรูปแบบทั้งร้านอาหาร ที่พัก และมีฝูงนกนางนวลอพยพมาหากินตามชายทะเลเป็นจุดเด่น



7.แก่งกระจาน "ทะเลหมอกใกล้กรุง มหัศจรรย์ป่าตะวันตก สุดยอดจุดหมายปลายทางของคนรักแคมปิ้ง" ใครชอบวิวสุดลูกหูลูกตา กับทะเลหมอกสวยๆ ยามเช้าต้องลองไปเที่ยวที่พะเนินทุ่ง ทุ่งหญ้ากว้างบนยอดเขาสูง ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีอากาศเย็นและมีทะเลหมอกทั้งปี มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งธรรมชาติและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด



8.เชียงคาน ไปใช้ชีวิตแบบช้าๆ เช้าๆ ตื่นมาตักบาตรข้าวเหนียว แล้วไปชมทะเลหมอกที่ภูทอก กลับมาเดินเล่นที่ถนนคนเดิน ช้อปปิ้งของฝาก ชิมของอร่อยขึ้นชื่ออย่างข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ไข่กะทะ ปาท่องโก๋มีใส้ และอื่นๆ อีกมากมาย หรือจะไปชมพระอาทิตย์ตกที่ริมแม่น้ำโขง ความสุขแบบนี้หาได้ที่นี่ "เชียงคาน"



9.เชียงใหม่ ชวนคุณแม่ขึ้นเหนือสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ดอยอินทนนท์ แล้วไปไหว้พระกันต่อที่พระธาตุดอยสุเทพ ลงจากดอยมาแวะชมความน่ารักของบรรดาสัตว์แสนรู้ ทั้งเพนกวิน หมีแพนด้า และช้างน้อยแสนน่ารัก ปิดท้ายทริปด้วยการเพลิดเพลินที่ถนนคนเดิน รับรองว่าคุณต้องประทับใจแน่นอน


10.สวนผึ้ง เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดราชบุรี และตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นิดเดียว จะขับรถไปเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับ หรือจะไปนอนค้างสักคืนสองคืนก็มีความสุขไม่เบาเลยทีเดียว เพราะครบครันด้วยที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา และความเงียบสงบของธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักเดินทาง ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนเติมพลังชีวิตในช่วงวันหยุด

ตลาดน้ำลำพญา แหล่งรวมของอร่อยนครปฐม



ไปเที่ยวนครปฐม ลองแวะไป "วัดลำพญา" ที่นี่มีตลาดน้ำบรรยากาศสบายๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี ให้นักท่องเที่ยวได้มาหาของกินอร่อยๆ กันแบบจุใจละลานตา ตลาดน้ำลำพญาเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ของใช้จะมีขายเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่นั้นจะหนักไปทางอาหารการกินเสียมากกว่า ตลาดแบ่งออกเป็นสองส่วน คือบนฝั่งและบนแพ โดยที่บนฝั่งนั้นจะเน้นประเภทวัตถุดิบ แต่ในแพนั้นจะเน้นไปทางร้านอาหารและของกินสารพัดอย่าง มีแม่ค้าพายเรือมาเหน็บอยู่ตามรอยต่อของแพ ขายของกินพื้นบ้านหลากหลายชนิด ลมพัดเย็นสบายตามแบบฉบับของแม่น้ำสายใหญ่ นั่งกินอาหารกันเพลิดเพลินจนแทบไม่อยากจะลุก บนแพนี้ก็จะมีบริการล่องเรือนำเที่ยวชมลำน้ำนครชัยศรี สนใจนั่งเรือเล่นรับลมก็ซื้อบัตรซื้อตั๋วลงเรือกันได้

ช่วงเที่ยงของวันจะมีผู้คนคึกคักมากที่สุด ที่จอดรถดูจะน้อยเกินไปสักหน่อย (แม้ว่าปกติจะเยอะก็ตาม) ดังนั้นถ้ามาถึงก่อนเที่ยงได้ก็จะเป็นการดี สิ่งที่เด่นสำหรับตลาดแห่งนี้ก็คือ ผักและผลไม้นานาชนิดที่เป็นแบบปลอดสารพิษ ราคาไม่แพง ปลูกแล้วนำมาขายโดยเกษตรในพื้นที่ สดจากสวนจากท้องร่องโดยไม่ผ่านคนกลางให้ราคาขยับสูง ที่สำคัญคนในตลาดนี้ขยันยิ้มกันมาก อัธยาศัยดียิ้มกันเก่งทุกคน

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สถานที่ถ่ายรูปปีใหม่ที่คุณห้ามพลาด!

“Amarin Green Factory By น้ำทิพย์” โรงงานสีเขียวที่ปล่อยแต่พลังงานสะอาด พลังความสุขออกมาต้อนรับปี 2014 หน้าตึกอัมรินทร์
มีกระถางต้นไม้ใหญ่ที่มีขวดน้ำทิพย์ใหญ่ให้น้ำอยู่ พร้อมกับมีช้อนพรวนดินที่ลำเลียงเมล็ดดอกไม้หลากสีลงในกระถาง น้องหมีสัญลักษณ์ของตึกอัมรินทร์ก็ถูกแปลงโฉมซะน่ารักเลย พร้อมถือต้นน้ำทิพย์ด้วย บรรยากาศน่ารักๆ แถมรักษ์โลกแบบนี้เหมาะกับควงแขนแฟนมาเที่ยวชมมากที่สุด โดยเฉพาะ สาวๆห้ามพลาด!! มาถ่ายรูปโพสท่าอัพลง IG อัพลง Facebook กันให้เต็มที่เลย ปีใหม่ 2014 อากาศเย็นๆ แบบนี้อย่าลืมมาถ่ายรูปกันที่ “Amarin Green Factory By น้ำทิพย์” โรงงานพลังงานรักษ์โลก กันนะครับ เครื่องจักรกำลังทำงานปล่อยความสุขอยู่เลย ^









5 ผับสุดชิคในกรุงเทพฯ

ไปลั้ลลาหลังเลิกงานกับ 5 ผับใจกลางเมือง ที่จัดเต็มทั้งความสนุก และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตามไปเที่ยวแล้วก็เมาไม่ขับนะครับ จะได้เที่ยวแบบสนุกและปลอดภัยด้วย



1. Muse มิวส์ แหล่งแฮงค์เอ้าท์สุดฮอตในย่านทองหล่อที่นักท่องราตรีรู้จักกันเป็นอย่างดี ร้านนี้นอกจากมีโซนผับให้แดนซ์กระจายแบบสนุกสุดเหวี่ยงกันด้านล่างแล้ว บนดาดฟ้าชั้นสามยังมีบาร์ให้นั่งดินเนอร์ฟังเพลงเบาๆ ตลอดทั้งคืนอีกด้วย

ที่ตั้ง: 159/8 ซอยทองหล่อ 10 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ

เปิดทุกวัน เวลา 18.00 - 02.00 น.

โทร. 02-715-0998, 089-988-5995



2. ลิซึ่ม (Lizm) ผับแนวสบายๆ ที่ชวนให้คุณสนุกสนานไปกับเสียงเพลง ทั้งแบบเล่นสด สลับเปิดแผ่น ด้านในร้านแบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน คือโซนดนตรีสด และโซนฮิปฮอป แถมบางวันยังมีเพลงสกามาเล่นให้ฟังแบบสนุกสนานด้วย ร้านนี้ถ้าใครชอบความสนุกสนานแนะนำให้จองโต๊ะด้านล่าง แต่ถ้านั่งนั่งฟังเพลงแบบชิลล์ๆ เลือกนั่งข้างบนจะเพลินกว่า

ที่ตั้ง: รัชดาภิเษก 74 ถนนรัชดาภิเษก แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

เปิดทุกวัน 18.00-01.30 น.

โทร.0-2913-9880-1



3.ฟังกี้ วิลล่า (Funky Villa) ที่นี่ครบสูตรด้วยความสนุกและบรรยากาศ นอกจากออกแบบตัวร้านเป็นสไตล์บ้านพักสุดชิคแล้ว ฟังกี้ วิลล่า (Funky Villa) ยังเป็นแหล่งชุมนุมทางแฟชั่นที่ทุกคนมาร้านนี้ต้องแต่งตัวประชันกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช เหมาะสำหรับนักดื่มที่ชอบความทันสมัย และสีสันความสนุกแบบเต็มๆ

ที่ตั้ง: ทองหล่อ ซอย 10 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ

เปิดทุกวัน 19.00-02.00 น.

โทร.085-253-2000



4.เอสโคบาร์(Escobar) เป็นผับสุดชิคที่มีลูกค้ามาอุุดหนุนความสนุกกันแน่นร้านเกือบทุกวัน อยู่ในโซนเดียวกับร้านนั่งเล่น วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี ทางร้านจะเน้นดนตรีฟังแบบสบายๆ  ส่วนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะเน้นเพลงสนุกสนานคึกคัก ทั้งฮิปฮอป อาร์แอนด์บี ฯลฯ ให้แดนซ์กันแบบกระจาย

ที่ตั้ง: สุขุมวิท 63 (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ

เปิดทุกวัน 18.00 - 02.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

โทร.02-711-6564




5.รูท 66 (Route 66) ผับดังในตำนานย่าน RCA ที่ได้รับการขนานนามเป็น "The most popular club in Thailand" รูท 66 (Route 66) แบ่งโซนตามความชอบของนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น smoking zone สำหรับคนไม่ชอบควันบุหรี่ โซน The Level สำหรับสาวกฮิปฮอป โซน The Classic สำหรับคนชอบฟังเพลงสบายๆ โซน The Novel สำหรับขาแด็นซ์สุดฤทธิ์ และ โซน Route South สำหรับหนุ่มสาวโซเชียลเน็คเวิร์ค เพราะมี Wi-Fi บริการฟรีตลอดทั้งคืน

ที่ตั้ง: พระราม 9 RCA ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ

เปิดทุกวัน 20.00-02.00 น.

โทร.02-2030936, 081-4409666

สนับสนุนเนื้อหาโดย Ford Ecosport