วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เชิญร่วมงานการแข่งขันกีฬาร่มร่อนนานาชาติ จ.สุพรรณบุรี


สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอเดิมบางนางบวช และองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ กำหนดจัดการแข่งขันกีฬาร่มร่อนนานาชาติ "2013 PGAWC (THAILAND) & Thailand Paragliding Accuracy Princess's Cup"ในวันที่ 2 - 5 พฤษภาคม 2556 ณ เขาใหญ่ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
โดยการแข่งขันในครั้งนี้จะมีนักกีฬาจากต่างประเทศที่เข้าร่วมกว่า 20 ประเทศ แบ่งประเภทการแข่งขันเป็น 3 ประเภท ดังนี้ ประเภทบินลงเป้าแม่นยำบุคคลชาย Individual Male Accuracy , ประเภทบินลงเป้าแม่นยำบุคคลหญิง Individual Female Accuracy , ประเภททีม Team Accuracy อีกทั้งเป็นการเปิดตัวสนามแข่งขันร่มร่อนของไทยซึ่งติด 1 ใน 6 ของสนามแข่งขันกีฬาโลก และอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อีกด้วย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมชมแข่งขันกีฬา ร่มร่อนนานาชาติ "2013 PGAWC (THAILAND) & Thailand Paragliding Accuracy Princess's Cup"ในวันที่ 2 - 5 พฤษภาคม 2556 ณ เขาใหญ่ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
นอกจากชมการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้แล้วยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดสุพรรณบุรีมากมายอาทิเช่น บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ , วัดเขาขึ้น หรือวัดเขานางบวช พิพิธภัณฑ์การค้าขาย ย้อนอดีตวันวาน "โชห่วย" ตลาดท่าช้าง ฯลฯ
รายละเอียดการจัดการแข่งขัน
เปิดรับสมัคร ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 14.00 - 18.00 น. (วันเดียวเท่านั้น) ณ บริเวณองค์การบริหารส่วน
ตำบลเขาพระ ค่าลงทะเบียนแข่งขันสำหรับนักกีฬาบุคคลทั่วไป 2,000 บาท / ค่าลงทะเบียนแข่งขันสำหรับนักกีฬาเยาวชน
1,000 บาท
ผู้ที่สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณชามิภัส (เจ้าหน้าทีทะเบียน) โทร. 081 839 3909 (เวลา 09.00 - 16.30 น.) /
ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ โทร./โทรสาร 0 3551 5497 / ที่ว่าการอำเภอเดิมบางนางบวช โทร 0 3557 8420

เที่ยวฟรี ชมฟรี งานสุพรรณหรรษา ดาราดังเพียบ


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดสุพรรณบุรี กำหนดจัดงาน "สุพรรณหรรษา" ในวันที่ 10 - 11 พฤษภาคม 2556 ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเป็นการส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2556 ซึ่งภายในงานมีการจัดกิจกรรมความบันเทิงต่างๆ และร่วมสนุกกับเกมส์ลุ้นรับรางวัลตลอดงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ZONE ดังนี้
ZONE 1 สุพรรณ บันเทิง SHOW โซนการแสดงการชกมวยไทย และการต่อสู้แบบไทยๆ จากนักมวยชื่อดังการแสดงบนเวที อาทิ ทอล์คโชว์ การแสดงโดยศิลปินมากมายมาถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองสุพรรณ พร้อม Concert จากนักร้องชื่อดัง
ZONE 2 สุพรรณ FUN Game โชนเล่นเกมส์ที่แสดงสัญลักษณ์ความเป็นสุพรรณ ลุ้นรับของดีของเด่น ประจำเมืองสุพรรณ และรางวัลมากมาย
ZONE 3 สุพรรณ ART & STORY เรื่องราว "สุพรรณหรรษา" โดยเล่าผ่านเรื่องเด่นๆ ของเมืองสุพรรณ ทั้งของดังของดีที่สะท้อนวัฒนธรรมแบบ ไทย จีน จนต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแชร์กดไลท์กัน
และพบกับกิจกรรมพิเศษภายในงาน ดังนี้
วันที่ 10 พฤษภาคม 2556
เวลา 18.15 - 19.00 น. - การแสดงวงดนตรีลูกทุ่ง จาก รร.บรรหารแจ่มใสวิทยา 1
เวลา 18.45 - 18.50 น. - พิธีเปิดงาน พิธีกรกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และประชาชนที่มาร่วมงาน
เวลา 18.50 - 19.00 น. - ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน
เวลา 19.00 - 19.05 น. - พิธีกรเชิญ ท่านประธาน ขึ้นกล่าวเปิดงาน
เวลา 19.05 - 19.20 น. - ประธาน กล่าวเปิดงาน สุพรรณหรรษา อย่างเป็นทางการ
เวลา 19.20 น. - พิธีกรเชิญแขกผู้ใหญ่ถ่ายภาพร่วมกันเชิญชวนแขก และประชาชนร่วมสนุกภายในงาน
เวลา 19.30 - 20.00 น. - โชว์คอนเสิร์ตลูกทุ่ง โดย หยาดทิพย์ ราชปาล
เวลา 20.00 - 22.20 น. - โชว์สุดยอกแม่ไม้มวยไทยโดย"บัวขาว"และทัพนักมวยไทยปะทะนักมวยต่างชาติ 4 คู่
วันที่ 11 พฤษภาคม 2556
เวลา 18.00 - 18.15 น. - การแสดง "กวนอิมพันมือ" จาก โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา3
เวลา 18.15 - 18.30 น. - การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากาก จาก โรงเรียนบางปลาม้า สูงสุมารผดุงวิทย์
เวลา 18.30 - 19.15 น. - โชว์สุดฮาจาก ศิลปินรวมดาวเด่น ดันดารา จากรายการตีสิบ
เวลา 19.20 - 20.10 น. - การแสดงจำอวดหน้าม่าน คุณพระช่วย
เวลา 20.10 - 21.00 น. - คอนเสิร์ตสุดมันส์ กับศิลปินวง Big Ass
เวลา 21.10 - 22.00 น. - คอนเสิร์ตสุดมันส์ กับศิลปินวง Potato
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ที่ทำการปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี โทร 0 3553 5380
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี โทร. 0 3553 6030 , 0 3553 5789 , 0 3553 6189

Eigth Below ice cream ร้านไอศกรีมสุดหรูจากฝรั่งเศสที่เปิดมานานกว่า 6 ปี


ร้านไอศกรีมสุดหรูจากฝรั่งเศสที่เปิดมานานกว่า 6 ปี แล้ว ตัวร้านตกแต่งด้วยดีไซน์ทันสมัย บรรยากาศน่านั่ง มีไอศกรีมให้เลือกหลากรสถึง 34 ชนิด
Eigth Below ice cream
รับรองความสดใหม่และรักษาอุณหภูมิไว้ที่ 18 องศาเซลเซียสตลอดเวลา รสชาติหอมหวานชวนชิม อาทิ ดาร์กช็อกโกแลต เลมอนโยเกิร์ต สตรอว์เบอรี่แอนด์ครีม
รวมไปถึงเบเกอรี่ก็น่าลองไม่เบาทั้ง เลมอนคัพเค้ก ช็อกโกแลต เพียนัท บัตเตอร์ สติ๊กกี้ เค้ก สั่งกินคู่กับเครื่องดื่มนานาชนิด แค่นี้ก็สดชื่นเกินคำบรรยายแล้ว
ที่ตั้ง: ถนนแนบเคหาสน์
เปิดปิดเวลา: 10.00-18.00 น. (ปิดวันพุธ)
โทร. 0 3253 6888
เว็บไซต: www.eighteenbelow.com

เที่ยวเกาะพยามกับ 7 เหตุผลง่ายๆ


จากแผนที่ จ. ระนอง มองมาทางตะวันตกจะเห็นเกาะเรียงกัน 3-4 เกาะ เกาะที่อยู่ระหว่างเกาะช้างกับเกาะค้างคาวคือ "เกาะพยาม" ซึ่งถ้ายึดว่าการไปเที่ยวควรมีกิจกรรมบันเทิงใจ ยิ่งมีหลายอย่างยิ่งดี เกาะนี้อาจเป็นเกาะที่ "ไม่มีอะไร" เกาะพยามมีบุคลิกแตกต่างจากเกาะแถบทะเลอันดามัน ด้วยเกาะนี้ไม่ใช่เกาะสวรรค์ หาดทรายขาว ทิวมะพร้าวสวย หากแต่เป็นเกาะที่ยังคงธรรมชาติดิบๆ น่าเที่ยวสำหรับคนชอบความเรียบๆ ง่ายๆ ด้วย "7 ข้อดี" ที่เราอยากนำเสนอ
1-ฝึกความพยายาม
จากฝั่งระนอง เราต้องนั่งเรือเมล์ไปไกลราว 30 กม. หลับแล้วหลับอีก หากใครหลับยาก คุยกับคนเรือก็เป็นทางเลือกที่ดี ได้เก็บข้อมูลไว้เป็นความรู้รอบตัวด้วย ว่าเกาะที่เรือล่องผ่านเกาะไหนเป็นของไทย เกาะไหนเป็นของพม่า เมื่อถึงเกาะพยามแล้ว ไม่ว่าจะไปที่พักหรือที่เที่ยวก็ต้องต่อมอเตอร์ไซค์ เส้นทางมีหลายรูปแบบ ทั้งทางดินขนาบด้วยป่ารก ทางคอนกรีต ทางหินขรุขระ ทางลาดชัน รวมถึงบางทีต้องขับรถเหยียบบน หาดทรายชายทะเลตอนน้ำลงด้วย ถ้าความพยายามมีอยู่ในตัวเรา เกาะพยามจะไปอยู่ที่ไหนได้เล่า
2-ที่พักมีหลายระดับให้เลือก
ที่พักบนเกาะพยามมีตั้งแต่ระดับหลักหมื่นจนถึงหลักร้อยบาท แม้ราคาจะถูก ทว่าบางแห่งก็เป็นแบบบ้านน้อยน่ารักแทรกตัวอยู่ในแมกไม้ริมชายหาด ผู้คนมีอัธยาศัยไมตรี แถมของกินก็ราคาไม่พาปวดใจ ใครที่ใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวเมืองนอกแต่ยังหาปัจจัยได้ไม่ครบ มาเกาะนี้แล้วจินตนาการว่าเป็นหาดเมืองฝรั่งผมแดงได้ไม่ยาก เพราะแทบทั้งเกาะมีแต่ชาวต่างชาติ ป้ายตามร้านรวงก็มีหลายภาษา เสริมจินตนาการได้ดีทีเดียว
3-ถูกตามเจอได้ยาก
ถ้าคุณอยากมีช่วงเวลาแห่งความสงบสันโดษ อยากหลบลี้หนีผู้คน เกาะพยามเป็นตัวเลือก อันดับต้นๆ สำหรับคุณ ที่นี่ยังไม่บูมมากนัก ถนนคนเดินก็ไม่มี ที่เที่ยวในเกาะเป็นหาดทรายกว้างอย่างอ่าวใหญ่และอ่าวเขาควาย หรือไม่ก็จุดดำน้ำไกลฝั่งออกไป ดังนั้นใครๆ ย่อมพบเจอคุณได้ยาก แต่เกาะนี้ก็มีช่วงให้คุณมาหลบลี้แค่เดือน ต.ค.-พ.ค. เท่านั้น เพราะนอกจากนี้จะเป็นช่วงมรสุม ฝนตกคลื่นลมแรงมากจนแม้แต่เรือข้ามจากฝั่งระนองยังหยุดให้บริการ
4-ติดต่อกับชาวโลกได้สะดวก
แม้จะถูกตามเจอได้ยาก แต่ติดต่อกับชาวโลกได้สะดวก เพราะที่พักแทบทุกแห่งมีสัญญาณสำหรับอินเทอร์เน็ตไร้สายบริการ คนที่อยากจะติดต่อกับใคร หรือกลัวว่ามาเที่ยวแล้วจะตกเทรนด์ ก็เข้าเว็บติดต่อผู้คน ติดตามข่าวสารได้ตลอด ไม่มีข้ออ้าง "สัญญาณเน็ตไม่ไป แต่สัญญาณใจเต็มเปี่ยม" แน่ๆ
5-ซาบซึ้งกับเพลงที่เคยฟัง
หากเลือกที่พักริมทะเล บรรดาลูกคลื่นจะทยอยโถมเข้าฝั่ง ฟังคล้ายเสียงเพลงกล่อม พอถึงยามตะวันใกล้ลับฟ้า ณ มุมสวยๆ อย่างปลายอ่าวใหญ่ บรรยากาศชวนซึ้งจะพาให้หัวใจคุณร้องเพลงที่อยู่ในดวงใจ กระทั่งพ้นช่วงโพล้เพล้ บางที่พักจัดปาร์ตี้เล็กๆ เพลงสนุกๆ ในบรรยากาศสบายๆ จะล่องลอยอยู่รอบตัวคุณ
6-ได้ใช้เวลามากกับสิ่งน้อยสิ่ง
บนเกาะพยามมีอ่าว 2 อ่าว คืออ่าวใหญ่และอ่าวเขาควาย ทั้งสองอ่าวซึ่งมีลักษณะเป็นหาดทรายยาวเหยียดนี้เรียกเป็นที่พักผ่อนจะเหมาะกว่าที่ท่องเที่ยว เพราะคนมาเกาะนี้ส่วนใหญ่จะพักผ่อนริมหาด เดินเล่น นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือ มากกว่าโดดลงทะเลไปโต้คลื่น และเพราะที่เที่ยวบนเกาะไม่ได้มีมาก ความกังวลว่าจะเที่ยวได้ไม่ครบทุกที่จึงถูกทิ้งไป เราเลยมีเวลามากกับสิ่งน้อยสิ่งบนเกาะนี้
7-สุขอย่างช้า ๆ
เมื่อมีสิ่งน้อยสิ่งให้ทำ เวลาที่มีให้แต่ละสิ่งมากขึ้น ดวงตาเราจึงอาจเห็นอะไรมากกว่าที่เคยเห็น หัวใจเราอาจสัมผัสอะไรได้มากกว่าที่เคยสัมผัส หูเราอาจเปลี่ยนจากการฟังเฉยๆ มาเป็นได้ยิน ลองมองบนพื้นทราย เราเห็นสิ่งมีชีวิตอะไรบ้าง เงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงนกอะไรร่ำร้องไหม แหงนมองท้องฟ้ายามดึก ดวงดาวจินตนาการอะไรแด่คุณ ที่นี่เราละเลียดความสุขได้ เพราะไม่มีอะไรต้องรีบร้อน
ถ้าเปรียบเกาะเป็นสาวสวย เกาะพยามคงเป็นสาวสวยน้อยหน่อย แต่มีความเป็นธรรมชาติ เป็นกันเอง เกาะที่สวยเลิศย่อมเป็นที่หมายปองของผู้คนมากมาย จนอาจมากเกินไปสำหรับเรา พอเปลี่ยนใจมาเกาะพยาม เราเลยพบความสวยน้อยหน่อยแต่แสนงาม
>> การเดินทางไปเกาะพยาม :
ลงเรือที่ท่าเรือเทียบเทศบาลตำบลปากน้ำ (ท่าเรือเกาะพยาม) หลังโรงพักปากน้ำ มีเรือเมล์และสปีดโบ๊ตให้เลือกเรือเมล์ ค่าเรือคนละ 150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง ออกเวลา 09.00 น. กับ 14.00 น. สปีดโบ๊ต ค่าเรือคนละ 350 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง ออกเวลา 09.00 น. 13.30 น. ควรไปถึงท่าเรือก่อนเวลาเรือออกครึ่งชั่วโมง สำรองที่นั่ง โทร. 08-9727-9876
>> ยานพาหนะส่วนใหญ่ที่ใช้เดินบนเกาะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งมีทั้งรับจ้างและบริการให้เช่า ตามร้านเช่ามอเตอร์ไซค์มีแผนที่แสดงเส้นทางและที่เที่ยวให้ศึกษาด้วย <<

เขาใหญ่ ตำแซบ @ กม.8


ส้มตำถือได้ว่าเป็นอาหารพื้นถิ่นแดนอีสานที่ยอดฮิตติดอันดับของไทย แต่จะว่าไป เวลานึกอยากกินส้มตำอร่อยๆ แซบซี๊ดโดนใจกินสักร้านสองร้าน ก็เรียกว่าหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกกระมังละคุณขา ส่วน "ชลิต อันลิมิต" เอง ถ้าถามว่า ชอบกินส้มตำ มากแค่ไหนก็ต้องบอกว่า เอาอาหารสุดเริ่ดระดับฮ่องเต้มาแลกก็คงไม่ยอม หรือจะเอาพระเอกตัวพ่ออย่าง ณเดช, เคน-ภูภูมิ หมาก- ปริญ มาแลก ชลิตก็คงทำตาปริบๆ แล้วตอบแบบรักพี่เสียดายน้องว่า เซย์โนนะจ๊ะ
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ชลิตได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยว เขาใหญ่ แล้วเห็นร้านส้มตำ-ไก่ย่าง ตั้งเรียงรายอยู่ก็เลยน้ำลายสอ แต่มองก็ไปลายตา เพราะไม่รู้จะเลือกไหน ชลิตก็เลยขอความคิดเห็นจากเพื่อนนักชิม Facebook ซึ่งเพื่อนคนหนึ่งที่เคยมาเที่ยวเขาใหญ่ก่อนหน้าไม่นาน ก็เม้นท์กลับมาว่า ร้านเขาใหญ่ ตำแซบ@ กม.8 ไง เพิ่งเปิดได้มานาน ไปชิมมาแล้วอร่อยเว่อร์ ชลิตก็ไม่รอช้า สอบถามหาพิกัด แล้วเดินทางไปยังเป้าหมายทันที
ร้านนี้ตั้งอยู่ริมถนนธนะรัชต์ ขับรถไปก็เห็นป้ายใหญ่สะดุดตา
ตัวร้านเป็นแนวโมเดิร์น มีที่ให้เลือกนั่งกินส้มตำ ทั้งแบบในห้องแอร์และแบบเอ้าดอร์ หรือ ถ้าใครอยากชมวิวขุนเขาให้เพลินตาก็เลือกขึ้นไปชิมบนชั้น 2 ได้ ความสะอาดภายในร้านนั่งได้สบายก้น ไม่มีอะไรให้คอมเม้นท์จนเสียบรรยากาศความอร่อย
มาถึงแล้ว "ชลิต อันลิมิต" รีบขอเมนูมาสั่งก่อนเลย จานแรกที่สั่งมาชิม คือ ตำแซ่บเขาใหญ่ (ราคา 120 บาท)เป็นอาหารซิกเนเจอร์ของร้านนี้เลย ใส่เครื่องมาแบบจัดเต็มทั้ง เส้นมะละกอ หน่อไม้ กุ้ง หมึก หมู เมล็ดกระถิน ขนมจีน ฯลฯ และอีกสารพัด รสชาติแซบจี๊ดถึงใจ ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ หรือถ้าจะไม่กินกับขนมจีน จะกินกับผัดหมี่โคราช (ราคา 80) เส้นเหนียวนุ่มด้วยก็ได้ แก้เผ็ดได้ทีเดียว
เบรกจากส้มตำ ขอเปลี่ยนมากินไก่ย่างบ้าง ไก่ย่างร้านนี้ไม่ได้ทำเอง แต่รับเจ้าอร่อยอย่างไก่ย่างท่าช้าง ( ราคาครึ่งตัว 95 บาท ทั้งตัว ราคา 180 บาท) แต่ขอรับรองว่าเรื่องรสชาติความอร่อยเขาไม่เปลี่ยนจริงๆ เนื้อนุ่ม หนังแห้งกรอบ กินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ อร่อยจังเลย
เอ้ายังไม่หนำใจขอเมนูต้มๆ มาซดน้ำให้คล่องคอหน่อย นี่เลย แกงลาว 3 เห็ด ที่ใส่ทั้งเห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง รสชาติกลมกล่อมกำลังดี งานนี้หวิดน้ำซดเกือบหมดเลยจ้า
ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยเนูเพื่อสุขภาพ ตำผลไม้ (ราคา 80 บาท) ใส่มาเพียบทั้งสับปะรด แคนตาลูป แอ๊ปเปิ้ล ตักใส่ปากทุกคำได้รสชาติหวานกรอบอร่อย เข้ากันดีกับเครื่องที่ปรุงมากๆ
นอกจากนี้มาแล้วอย่าหลาดสั่ง ตำถั่วไข่ต้ม (ราคา 80 บาท)  แกงผักหวานไข่มดแดงปลาดุกย่าง (ราคา 150 บาท) หรือจะเป็นปลาทับทิมตะไคร้กรอบ มาชิมเพิ่มเชื่อว่าไม่ผิดหวัง ไปเที่ยวเขาใหญ่ หรือใครอยู่แถวนั้น ก็แวะไปชิมกันได้ "ชลิต อันลิมิต" คอนเฟิร์มความคุ้มค้าทั้งราคาและคุณภาพ

แต้มความอร่อย
บรรยากาศ 4 ดาว
การบริการ 5 ดาว
รสชาติ 5 ดาว
ความสะอาด 4 ดาว
ราคา 5 ดาว
ชื่อร้าน: ร้านเขาใหญ่ ตำแซบ @ กม.8
ที่ตั้ง: ถนนธนะรัชต์ ทางขึ้น อช. เขาใหญ่ อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 08.00-20.00 น.
โทร.083-463-5009, 085-636-9734

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

ทักทายขุนเขา หยอกล้อสายหมอกแม่เมย ณ เมืองตาก

 เมื่อเอ่ยถึง "จังหวัดตาก" หลายคนคงนึกถึงสถานท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความหลากหลาย ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ อากาศที่หนาวเย็น ดอกไม้เมืองหนาว ภูเขาสูง แต่วันนี้กระปุกท่องเที่ยวจะพาเพื่อน ๆ ไปชมอีกหนึ่งความงดงามของที่นี่  นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติแม่เมย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ผ่านบันทึกการเดินทางพร้อมภาพถ่ายแจ่ม ๆ ของ คุณ ชานมชงเอง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กันจ้า อ๊ะ ๆ แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับ อุทยานแห่งชาติแม่เมย ซะหน่อย ...

             อุทยานแห่งชาติแม่เมย ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณ ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ป่าท่าสองยาง ในท้องที่ตำบลแม่สอง และตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 115,800 ไร่ หรือ 185.28 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีที่ราบน้อย โดยมีความสูงเฉลี่ย 680 เมตร จากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุด 1,250 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยป่าไม้ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนพม่า และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น น้ำตกผาเทวะ, ทุ่งหญ้านิรนาม, น้ำตกแม่สลิดน้อย และถ้ำแม่อุสุ ฯลฯ นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติแม่เมย ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 6 ชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง โดยสามารถติดต่อล่วงหน้าที่อุทยานฯ ได้ อย่างไรก็ตาม อุทยานแห่งชาติแม่เมย กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและอยากเดินทางขึ้นไปสัมผัสอากาศเย็น ๆ


7 แห่งในอาหรับ ที่คนรักการผจญภัยตัวจริงต้องไปเยือน


 หากจะบอกว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นหนึ่งในประเทศที่สวยงามน่าไปเยี่ยมเยียนมากที่สุด ก็คงไม่เกินจริงไปเลยสักนิด เพราะเมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ความลึกลับ และกลิ่นอายการผจญภัยจากทะเลทรายแบบนี้ คงหาที่ไหนเหมือนได้ยากแน่ ๆ ดังนั้น สถานที่เที่ยวน่าสนใจซึ่งเหมาะกับคนรักการผจญภัยของที่นี่ จึงมีให้เลือกมากมายเต็มไปหมด

          และเพื่อให้คุณวางแผนการไปเที่ยวได้คุ้มค่ากับทริปสำคัญนี้มากที่สุด กระปุกท่องเที่ยวจึงได้รวบรวมสถานที่เที่ยว 7 แห่ง ที่เหมาะสำหรับขาลุยอย่างคุณมาฝากกัน ลองมาดูกันดีกว่าว่าที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะมีสถานที่เที่ยวแบบไหน ที่นักผจญภัยอย่างคุณต้องลองไปเยือนกันบ้าง



1. สนามแข่งรถ Yas Marina

          สำหรับหนุ่ม ๆ ที่มีใจรักการแข่งรถฟอร์มูล่าเป็นที่สุด การไปเที่ยวที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ไม่แวะมาที่สนามแข่งรถ Yas Marina บนเกาะยาสก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทำให้คุณต้องเจ็บใจน่าดูเลยล่ะ เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นสนามแข่งรถที่มีทางลาดตรงยาวที่สุดในโลกเลยทีเดียว ซึ่งใครที่สนใจอยากมาลองประสบการณ์ซิ่งรถสักหน่อย ที่นี่ก็มีบริการหลายแบบหลายราคาให้เลือกใช้ โดยการนั่งเป็นผู้โดยสารบน Aston Martin GT4 ภายใต้การขับขี่ของนักแข่งมืออาชีพ หรือร่วมมือกับนักแข่งซิ่งรถ Chevy Camaro ด้วยกันนั้น มีราคาอยู่ที่ 27 เหรียญสหรัฐหรือราว 790 บาท ส่วนใครที่มั่นใจในตัวเองพอจะลุยเดี่ยว การซิ่งรถ Formula Yas 3000 ทดสอบความเร็วก็มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 327 เหรียญสหรัฐ หรือราว 9,600 บาทจ้า


2. ป่าชายเลนอุทยานแห่งชาติทิศตะวันตก

          ลองมาล่องเรือคายักชมธรรมชาติ ที่ป่าชายเลนบริเวณอุทยานแห่งชาติทางทิศตะวันตกของเมืองอาบูดาไบนี้ดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่าตัวเองได้ความประทับใจไม่รู้ลืมกลับไปแน่นอน จากการที่ป่าชายเลนแห่งนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลากว่า 200 สายพันธุ์ และนกอีกกว่า 50 ชนิด เพราะความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้เขียวชอุ่มที่นี่นั่นเอง โดยคุณสามารถจ้างไกด์มาให้ข้อมูลชมธรรมชาติบริเวณนี้ได้ แถมนอกจากทัวร์ชมป่าแล้ว คุณยังสามารถตกปลาและเรียน "คาโยคะ" โยคะแบบพิเศษของโรงแรม Anantara Eastern Mangroves Hotel ในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย



3. ทะเลทราย Rub' al Khali

          ถ้าคุณกำลังมองหาประสบการณ์เสียวไส้อยู่ล่ะก็ รับรองได้ว่าการมาขับรถ SUVs ผาดโผนกลางทะเลทราย Rub' al Khali จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะทะเลทรายแห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่กว่า 6.4 แสนล้านตารางเมตร แถมมีเนินทรายสูงชันมากมาย โดยบางอันสูงถึง 298 เมตรเลยด้วยซ้ำ การขับรถไต่เนินทรายจึงนับว่าเป็นความท้าทายที่หาได้ยาก และนอกจากภารกิจไต่เนินทรายแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกีฬาล่าเหยื่อด้วยนกตระกูลเหยี่ยว, ขี่อูฐ, ตั้งแคมป์ ไปจนถึงการเล่นแซนด์บอร์ดดิ้งที่คล้ายกับการเล่นสโนว์บอร์ดนั่นเอง



4. ถนน Al Khaleej Al Arabi

          จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ปั่นจักรยานรับลมเย็นสบาย พร้อม ๆ กับชมวิวสวยข้างทางไปพลาง ๆ อีกล่ะ ซึ่งที่ถนน Al Khaleej Al Arabi เป็นทางปั่นจักรยานที่มีชื่อเสียงจนนักปั่นทั้งหลายรู้จักดีเลยเชียวล่ะ โดยตลอดระยะทางจากถนนไปสู่หมู่บ้านมาริน่า คุณจะได้ปั่นจักรยานเลียบชายฝั่งรับลมทะเลให้ชื่นใจ ซึ่งราคาค่าเช่าจักรยานนั้นอยู่ที่ 5 เหรียญสหรัฐ หรือราว 140 บาท ต่อชั่วโมงสำหรับผู้ใหญ่ และ 4 เหรียญสหรัฐ หรือราว 110 บาท ต่อชั่วโมงสำหรับเด็ก หรือจะเลือกเป็นแบบเหมาจ่าย 15 ชั่วโมงในราคาเพียงแค่ 54 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1,500 บาท เท่านั้นก็ได้




5. ภูเขา Hajar


          เลือกใส่รองเท้าบูทคู่ใจแล้วเตรียมตัวไปปีนเขาที่ภูเขา Hajar ในเมือง อัล เอน กันเลย เพื่อจะได้ทำให้ทริปของคุณคุ้มค่าสมกับเป็นนักผจญภัยมากขึ้น ซึ่งความสูงราว 2,900 เมตรจากพื้นดินนั้น ทำให้มันเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในแถบตะวันออกของคาบสมุทรอาหรับเลยทีเดียว และการจะปีนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ จนบางคนไม่สามารถใช้เวลาภายในวันเดียวทำได้สำเร็จด้วยซ้ำ อย่างไรก็ดี ถ้าคุณใจรักจะไปชมวิวบนยอดเขาให้ได้ แต่เกรงว่าจะปีนขึ้นไปไม่ไหว ที่นี่ก็มีทางเดินขึ้นบันไดไว้บริการมือใหม่อย่างคุณด้วยเหมือนกันจ้า



6. Ski Dubai


          การเดินชมทะเลทรายแม้จะสวยก็เถอะ แต่ถ้าต้องทนกับแดดร้อนจัดไปตลอดทั้งวันก็คงไม่ไหวใช่ไหมล่ะ? ดังนั้น แวะมาพักในที่เย็น ๆ กันบ้างดีกว่า อย่างที่ Ski Dubai สกีรีสอร์ทในร่มแห่งแรกของแถบตะวันออกกลางนี้ยังไงล่ะ โดยพื้นที่ใหญ่กว่า 2.2 หมื่นตารางเมตรนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนทั่วไปหมด และมีระดับความยากในการเล่นสกีให้เลือกตามความถนัด แถมยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เสริมอย่างการชมนกเพนกวิน, สไลด์ลงท่อหิมะ และวิ่งในบอลยักษ์อีกต่างหาก




7. ขี่ม้าชมทะเลทราย

          ไม่เห็นจำเป็นต้องขี่อูฐเท่านั้นถึงจะชมทะเลทรายได้ ในเมื่อการขี่ม้านั้นรวดเร็วคล่องแคล่วปราดเปรียวกว่าเป็นไหน ๆ ซึ่งที่ Mushrif Equestrian and Polo Club มีบริการให้คุณขี่ม้าตามถนน Mushrif Park off Al Khawaneej ในช่วง 2 ทุ่ม ราวชั่วโมงครึ่งเพื่อชมดวงจันทร์กลางทะเลทรายในราคา 82 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2,400 บาท ในขณะที่คนอยากขี่ม้าชมทะเลทรายในช่วงกลางวัน อาจเปลี่ยนไปใช้บริการของบริษัท Al Jiyad Stables ที่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาพร้อมแทนได้เช่นกัน


          เรียกได้ว่าแต่ละที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย และคงทำให้คนรักการผจญภัยอย่างคุณ ได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่ากลับไปเป็นของที่ระลึกแน่นอน ดังนั้น อย่ามัวรอช้า หากมีโอกาสไปเที่ยวที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อไหร่ อย่าลืมสนุกกับสถานที่เที่ยวเด็ด ๆ เหล่านี้ให้เต็มที่ และเก็บเรื่องราวดี ๆ มาเล่าต่อให้เพื่อน ๆ ฟังกันด้วยนะคะ

ทำความรู้จัก 12 เขื่อนสูงที่สุดจากทั่วมุมโลก



  เขื่อนเป็นสิ่งก่อสร้างที่เกิดมาจากความอุตสาหะและความชาญฉลาดของมนุษย์ ซึ่งบางแห่งก็สร้างขึ้นเพื่อใช้ควบคุมแม่น้ำป้องกันอุทกภัยในระดับหนึ่ง ในขณะที่บางที่ทำขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำเอามาหมุนเวียนใช้เป็นพลังงาน ทำให้แต่ละที่มีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันไป มิหนำซ้ำยังมีนักออกแบบมากมายที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำให้เขื่อนแบบเดิม ๆ สวยงามยิ่งขึ้นจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปได้อีกด้วย 

          แล้วคุณเคยสงสัยบ้างหรือเปล่าว่า เขื่อนแห่งไหนกันที่จะมีขนาดสูงที่สุดในโลก ซึ่งถ้าคุณอยากรู้ล่ะก็ วันนี้กระปุกดอทคอมได้เอาคำตอบมาฝากคุณแล้ว มาดูกันเลยดีกว่าว่าเขื่อนที่สูงที่สุดในโลก 12 อันดับ มาจากที่ไหนกันบ้าง



 1. เขื่อน Nurek, สาธารณรัฐทาจิกิสถาน

          บริเวณแม่น้ำ Vakhsh สาธารณรัฐทาจิกิสถาน ซึ่งนับเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในเอเชียกลาง แถมยังขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในสหภาพโซเวียตอีกด้วย แต่มันกลับเป็นบ้านเกิดของเขื่อนที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูงราว 300 เมตรนี้ โดยสหภาพโซเวียตสร้างมันขึ้นตั้งแต่ปี 1961 ก่อนจะเสร็จสิ้นในปี 1980 และติดตั้งเครื่องไฮโดรอิเล็คทริคไว้ถึง 9 อันด้วยกัน เพื่อใช้ในการหมุนเวียนพลังงาน แถมน้ำที่กักเก็บไว้ในเขื่อนยังมากที่สุดในสาธารณรัฐทาจิกิสถาน ทำให้มันเป็นแหล่งสร้างพลังงานน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว 


 2. เขื่อน Xiaowan, ประเทศจีน

          มาต่อด้วยเขื่อนอันดับ 2 ซึ่งมาจากทวีปเอเชียเช่นเดียวกัน ซึ่งก็คือประเทศมหาอำนาจอย่างจีนนั่นเอง โดยมันถูกสร้างขึ้นเพื่อหมุนเวียนพลังงานน้ำเป็นหลักในเดือนมกราคมปี 2002 เขื่อนบริเวณแม่น้ำโขง มณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีนแห่งนี้ จึงได้ติดตั้งเครื่องไฮโดรอิเล็คทริคที่มีประสิทธิภาพการทำงาน 700 MW ต่อยูนิตเอาไว้ด้วย ในขณะที่มีความสูงของเขื่อนอยู่ที่ 292 เมตร



 3. เขื่อน Grande Dixence, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

          ข้ามมาทางฝั่งยุโรปกันบ้าง โดยเขื่อน Grande Dixence นี้มีความสูงอยู่ที่ 285 เมตร ตั้งอยู่ในหุบเขา Val d'Hérens ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และแม้มันจะไม่ได้สูงที่สุดในโลก แต่หากนับเฉพาะเขื่อนคอนกรีตแบบถ่วงน้ำหนักด้วยกันแล้วล่ะก็ เขื่อนแห่งนี้จะเป็นเขื่อนคอนกรีตแบบถ่วงน้ำหนักที่สูงเป็นอันดับ 1 ของโลกเลยทีเดียว




 4. เขื่อน Inguri, ประเทศจอร์เจีย

          เขื่อนบริเวณแม่น้ำ Inguri แห่งนี้เป็นเขื่อนสูงอันดับ 4 ของโลก รวมทั้งเป็นเขื่อนสร้างจากคอนกรีตที่สูงเป็นอันดับ 2 ในเวลาเดียวกัน ด้วยความสูง 272 เมตร ซึ่งนอกจากมันจะเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ที่บรรจุน้ำเอาไว้แปรเป็นพลังงานได้มากมายมหาศาลแล้ว ทิวทัศน์ที่เขียวชอุ่มโอบล้อมด้วยภูเขารอบข้าง ยังทำให้มันเป็นหนึ่งในเขื่อนที่งดงามควรค่าแก่การเยี่ยมชมสักครั้งอีกด้วย




 5. เขื่อน Vajont, ประเทศอิตาลี

          นับแต่ปี 1959 เขื่อนที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำ Vajont ทางตอนเหนือของกรุงเวนิส ในประเทศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ความโรแมนติกอย่างอิตาลี ก็กลายมาเป็นหนึ่งในภาพคุ้นตามาตลอด แม้ปัจจุบัน มันจะไม่ได้ถูกใช้งานแต่อย่างใดแล้วก็ตาม แถมเมื่อปี 1963 ยังเกิดเหตุน่าเศร้าเมื่อดินถล่มทำให้มีคนตาย ณ ที่นั่นกว่า 2 พันคนอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังคงเป็นเขื่อนที่สูงเป็นอันดับ 5 ของโลกด้วยความสูง 262 เมตร อยู่ดี



 6. เขื่อน Manuel Moreno Torres, ประเทศเม็กซิโก

          หรืออีกชื่อว่า Sumidero Canyon แห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศเม็กซิโกเลยก็ว่าได้ เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงแค่เขื่อนกักเก็บน้ำธรรมดาทั่วไปเท่านั้น แต่เขื่อนสูง 261 เมตรแห่งนี้ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าตามธรรมชาติมากมาย รวมไปถึงจระเข้ด้วย มันจึงเป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวรักธรรมชาติทั้งหลายแห่แหนกันมาเที่ยวในสถานที่แห่งนี้


 7. เขื่อน Tehri, ประเทศอินเดีย

          หากจะมองหาเขื่อนที่เกิดมาเพื่อถูกใช้งานจริงล่ะก็ เขื่อนหินบริเวณแม่น้ำ Bhagirathi แห่งนี้น่าจะใกล้เคียงกับคำนั้นมากที่สุด เพราะทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานน้ำให้ทั้ง Tehri Hydro Development Corporation Ltd. และ the Tehri hydroelectric complex จึงเรียกได้ว่ามันมีส่วนสำคัญสำหรับการเติบโตทางด้านธุรกิจของประเทศอินเดียอยู่ไม่น้อย โดยเขื่อนแห่งนี้มีความสูงใกล้เคียงกับเขื่อน Manuel Moreno Torres ที่ 261 เมตร และห่างกันเพียง 2 ฟุตเท่านั้น




 8. เขื่อน Mauvoisin, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

          มองเผิน ๆ เขื่อนสูง 250 เมตรนี้อาจจะดูเหมือนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ปราศจากสิ่งก่อสร้างด้วยฝีมือมนุษย์โดยสิ้นเชิง แต่ที่จริงแล้วมันเป็นเขื่อนประตูโค้งที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกเลยทีเดียว แต่เมื่อมาถึงแล้ว คนอาจลืมมองที่กั้นเขื่อนไปเลยก็ได้ เพราะภาพน้ำสีฟ้าใสสะอาดที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีตัดกับภูเขาที่โอบล้อม เกิดเป็นทัศนียภาพงดงามเหมือนภาพเขียนเลยทีเดียว



 9. เขื่อน Laxiwa, ประเทศจีน

          ใช่ว่าประเทศมหาอำนาจอย่างจีนจะมีเขื่อนสูงใหญ่เพียงแค่เขื่อน Xiaowan แห่งเดียวเท่านั้น เพราะเขื่อน Laxiwa ในแม่น้ำ Yellow ที่เซี่ยงไฮ้ ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเลย โดยมันมีความสูงอยู่ที่ 250 เมตร และติดตั้งเครื่องไฮโดรอิเล็คทริคที่มีประสิทธิภาพการทำงาน 700 MW ต่อยูนิตถึง 6 เครื่อง ทำให้มีกำลังการทำงานมากจนเป็นแหล่งพลังงานหลัก ๆ ของเซี่ยงไฮ้ไปโดยปริยาย

 10. เขื่อน Deriner, ประเทศตุรกี

          ณ ตอนใต้ของเมือง Artvin บริเวณแม่น้ำ Çoruh ประเทศตุรกี คือที่ตั้งของเขื่อนทรงโค้งสูง 249 เมตร ที่สร้างจากคอนกรีต 2 ชั้น และมันก็เป็นเขื่อนอีกแห่งที่มีจุดประสงค์ในการสร้างเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานเช่นกัน โดยตอนนี้มันยังอยู่ในระหว่างการสร้าง หลังจากเริ่มต้นลงมือเมื่อปี 1998 และได้เริ่มบรรจุน้ำเข้าไปในปี 2012 ที่ผ่านมานี้เอง และคาดว่าจะสำเร็จเรียบร้อยภายในปีนี้


 11. เขื่อน Alberto Lleras, สาธารณรัฐโคลอมเบีย

          ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติแสน สวยบนแม่น้ำ Guavio สาธารณรัฐโคลอมเบียแห่งนี้ คือเขื่อน Alberto Lleras สูง 243 เมตร ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1989 และมีเครื่องไฮโดรอิเล็คทริคที่มีประสิทธิภาพการทำงาน 1,150 MW ต่อยูนิตติดตั้งเอาไว้ด้วย ดังนั้น ประสิทธิภาพเรื่องการหมุนเวียนสร้างพลังงานจากน้ำคงไม่ต้องสงสัยกันเลยล่ะ


 12. เขื่อน Mica, ประเทศแคนาดา

          และแล้วก็มาถึงอันสุดท้าย ซึ่งก็คือเขื่อน Mica สูง 243 เมตร บนแม่น้ำโคลัมเบียอันงดงามของรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา โดยชื่อของมันมาจาก Mica Creek หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตอนนี้จมลงไปใต้น้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ชาวบ้านย้ายไปอยู่ในที่สูงกว่าเดิม ต่อมาเมื่อปี 2005 หมู่บ้านนี้ก็ไม่มีคนอาศัยอยู่อีก แม้จะยังคงมีตัวบ้านแบบเก่าหลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูเหลืออยู่บ้างก็ตาม และเมื่อเขื่อนประกอบกับภาพหมู่บ้านเก่ามาอยู่ด้วยกัน มันจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยียนไม่น้อยเลยล่ะ


          ทั้งนี้ กว่าจะเกิดเป็นเขื่อนสูงตระการตาแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยทีเดียว เพราะต้องใช้เวลาสร้างอยู่นาน ต่อมาก็ต้องบำรุงรักษาอยู่ตลอด แล้วไหนจะต้องทุ่มงบเป็นเงินมหาศาลอีก มันจึงเป็นหน้าที่ของคนรุ่นหลังอย่างเรา ที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาสถาปัตยกรรมที่มีค่าแบบนี้เอาไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชมต่อไปนะคะ

เพ ลา เพลิน ที่ท่องเที่ยวเชิงศึกษาแห่งใหม่ของบุรีรัมย์


 ถ้าพูดถึงจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว หลายคนอาจจะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวโบราณอย่าง อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อารยธรรมขอมโบราณ แต่วันนี้กระปุกท่องเที่ยวเราขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวเชิงความรู้ที่ถูกเนรมิตขึ้นมาใหม่ล่าสุด นั่นก็คือ เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์ (PLAY LA PLOEN : Boutique Resort & Adventure Camp) ซึ่งจะมีส่วนไหนน่าสนใจบ้างนั้น ตามเราไปทัวร์กันเลยจ้า
            เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์ เป็นแหล่งพักผ่อนและแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบแห่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในมีทั้ง บูติค รีสอร์ท สถานที่จัดสัมมนา จัดทัศนศึกษาแบบพักแรมและแบบเช้าไปเย็นกลับสำหรับเยาวชน ประกอบไปด้วยหลากหลายโซน เช่น...

            โซนต้อนรับ ชั้นล่างเป็นห้องโถงรับรอง พักผ่อน และมุมกาแฟ ชั้นบนจัดเป็นห้องสัมมนาขนาดใหญ่และขนาดเล็ก จัดสัมมนา สำหรับ 50, 100  หรือ 150 ท่าน และมีห้องจัดเลี้ยงด้วย

            โซนของที่ระลึกจากทั่วโลกและจากทุกภาคของไทย

            โซนเด็ก ประกอบไปด้วย London Bus, Locomotive Train  ซึ่งเด็กเล็กสามารถค้นคว้าและมีมุมให้ความรู้มากมาย เช่น มุมชั่ง ตวง วัด และมุมนิทาน นับได้ว่าเป็นของเล่นสำหรับเด็กเล็ก เพื่อพัฒนาผู้เรียนรู้แห่งใหม่ในประเทศไทย
            โซนสวนสไตล์อังกฤษ

            โซนกาลครั้งหนึ่งแกลเลอรี่ จัดแสดงนิทรรศการเพื่อการศึกษาเรียนรู้วิวัฒนาการของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และของใช้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นเก่าที่หาชมได้ยาก

            โซนฟาร์มม้าแคระนำเข้าจากอังกฤษ และฟาร์มแกะ

            โซนแอดเวนเจอร์ แคมป์ ซึ่งมีการจำลองมรดกโลก หรือสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงของโลก เช่น กำแพงเมืองจีน, หอไอเฟล, สะพานทาวเวอร์บริดจ์, หอเอนเมืองปิซา และสโตนเฮนจ์

            โซนขับรถ ATV รวมทั้งกิจกรรมอื่น ๆ  อีกมากมาย

            ในส่วนของ บูติค รีสอร์ท นั้น ที่นี่มีบริการห้องพักแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ...

            โซนเอเชีย : ชั้นล่างจำนวน 10 ห้อง ห้องพักเน้นการตกแต่งแบบเอเชีย 10 ประเทศ คือ ไทย ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม จีน เกาหลี ญี่ปุ่น  มาเลเซีย และอินเดีย ซึ่งเป็นการตกแต่งตามเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละเทศ และให้ความรู้แก่ผู้เข้าพัก ตั้งแต่กลิ่นอาย และบรรยากาศแบบเอเชีย

            โซนยุโรป : ชั้นบนจำนวน 10 ห้อง ห้องพักเน้นตกแต่งแบบยุโรป ของที่ใช้ในการตกแต่งห้องบางส่วนได้นำเข้ามาจากแต่ละประเทศนั้น ๆ เช่น ห้องลอนดอน, ปารีส, อิตาลี, สวีเดน และโรม เป็นต้น


  ด้านโซนมันส์ ๆ อย่าง แอดเวนเจอร์ แคมป์ ก็เน้นการตกแต่งและเสริมสร้างบรรยากาศตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้สัมผัส เช่น บริเวณ ทางเข้าล็อบบี้ จัดทำป้าย PLAY LA PLOEN ขนาดใหญ่บนเนิน ยาว 14 เมตร และมีสัญลักษณ์ LONDON EYE หมุนให้ชมตลอดเวลา และภายในล็อบบี้จะจัดเน้นคอนเซ็ปต์  "Journey with Play La Ploen"บรรยากาศและของตกแต่งได้นำเข้ามาจากหลากหลาย ประเทศทั้งเอเชียและยุโรป นอกจากนี้ ในแต่ละโซนของแอดเวนเจอร์ แคมป์ ยังมีคำอธิบายต่าง ๆ เพื่อเสริมความรู้อีกด้วยค่ะ ได้แก่…

       1. ฐานกิจกรรมหอไอเฟล (Eiffel Tower)

            กิจกรรมเลื่อนข้ามลำน้ำ (Flying Fox) หรือที่เรียกกันว่า "จิ้งจอกเหินเวหา” ความหมายนั้นอาจหมายถึงค้างคาวที่มีลักษณะเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่บินได้ ลักษณะพิเศษของกิจกรรมนี้ คือเสมือนได้บินไปในอากาศซึ่งควบคุมด้วยสลิงและรอกเลื่อน ทำให้เกิดความสนุกสนาน ความตื่นเต้นในการทำกิจกรรม หรืออาจมีการกำหนดกิจกรรมเพิ่มเติม เช่น โยนอุปกรณ์ให้ลงเป้าที่วางไว้ หรือเกมโยนระเบิด โดยส่วนประกอบของกิจกรรม (Flying Fox) ใช้หอเป็นฐานสูง ติดตั้งสลิงพร้อมรอกลูกปืนเพื่อข้ามไปฝั่ง ตรงข้ามระยะทาง 20 เมตร ความชันที่ 3 องศา เพื่อให้รอกวิ่งได้ ทั้งนี้ ได้มีการทำระบบควบคุมความเร็วและฐานรับสลิง



         2. ฐานปีนกำแพงเมืองจีน (Great Wall of China)

            กิจกรรมที่ 1 ปีนกำแพงหน้าผา (Climbing Wall) ซึ่งมีการสร้างกำแพงที่จำลองมาจาก กำแพงเมืองจีน และใช้กำแพงเมืองจีน เป็นส่วนประกอบของฐานหลัก รวมทั้งติดปุ่มหินเทียม Hand Hold สำหรับจับในการปีนผา ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้อุปกรณ์ต้อง Safety ตามมาตรฐานสากล

            กิจกรรมที่ 2 กิจกรรม ส่วนนี้เป็นการปีนตาข่ายเชือกใยแมงมุม (Climbing Rope Nets) "Spider" ใช้ตาข่ายเชือกประกอบเข้ากับกำแพงเมืองจีน เป็นทางเลือกในการปีน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย

            กิจกรรมที่ 3 คือการเดินข้ามสะพานตาข่ายเชื่อมระหว่างกำแพงเมืองไปยังหอไอเฟล ซึ่งภายในมีการทำเพิ่มเติมให้เป็นอุโมงค์ไม้เลื้อยเพื่อความสวยงามและร่ม รื่น



            3. ฐานสะพานทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge)
            เป็นกิจกรรมที่จำลองมาจาก สะพานทาวเวอร์บริดจ์ ของประเทศอังกฤษ เน้นกิจกรรมการจำลองฐานต่อจากรอกข้ามลำน้ำเพื่อเดินข้ามสะพานเชือก, การฝึกทรงตัวในที่แคบหรือการเดินเพื่อลำเลียงสิ่งของ ซึ่งรับรองกิจกรรมทุกอย่างมีความปลอดภัย ตามการ Safety ตามมาตรฐานสากล

            อ๊ะ ๆ ยังไม่หมดเท่านั้น แอดเวนเจอร์ แคมป์ ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย ทั้งมีให้อาหารแกะและม้าแคระ, กิจกรรมปืนหน้าผา, ขับรถ ATV, พายเรือคายัก และอื่น ๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังมีร้านกาแฟและเบเกอรี่ บางส่วนอยู่ในระหว่างการก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ค่ะ แต่จะเพิ่มกิจกรรมในเนื้อที่อีก 20 กว่าไร่ แน่นอน

            ใครที่สนใจหรืออยู่ใกล้ และกำลังหาที่เที่ยวแบบครอบครัวให้เด็ก ๆ ได้เที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน ก็สามารถเดินทางไปเที่ยว เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์ ได้ที่จังหวัดบุรีรัมย์ รับรองได้ทั้งความสนุกได้ทั้งความรู้แน่นอน



            ที่ตั้ง : 252 อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

          
  อัตราค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 50 เด็ก 20 บาท

          
  ส่วนการบริการด้านที่พัก : ค่าห้องปกติอยู่ที่ 2,500 บาท ค่าห้อง VIP ราคา 3,500 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบก่อนจอง)

          
  วันเวลาเปิดทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 - 17.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 - 20.00 น.

          
  โทรศัพท์ : 044-699 435, 087-797 6425

          
  เว็บไซต์ : playlaploen.com และ เฟซบุ๊ก PlayLaPloen

ย้อนวันวาน ณ ซืนวาน จังหวัดอุบลราชธานี


 อุบลราชธานี...ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย เช่น ผาแต้ม ดงป่านาทาม เสาเฉลียง น้ำตกลงรู แก่งตะนะ ช่องเม็ก แม่น้ำสองสี เขื่อนปากมูล และอีกหลายสถานที่ที่มีชื่อเสียง แต่วันนี้กระปุกท่องเที่ยวมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ มาแนะนำ สำหรับผู้ที่ชอบเที่ยวสไตล์ย้อนอดีต นั่นก็คือ ซืนวาน นั่นแน่! เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่า ซืนวาน คืออะไร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบไหน เพราะฉะนั้น เราเลยขออาสาเป็นไกด์พาเพื่อน ๆ ไปอินไซด์ "ซืนวาน" กันจ้า พร้อมแล้วก็ตามมาเลย

          คำว่า "ซืนวาน" เป็นการสลับคำกับคำว่า "วานซืน" หมายถึง วันที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเป็นคำท้องถิ่นของภาคอีสาน ที่นำมาใช้ตั้งชื่อสถานที่ท่องเทียวแห่งนี้ เพื่อให้จดจำได้ง่ายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยสื่อความหมายไปถึงยุคเก่าก่อน แถมได้ผสานกับความใหม่ร่วมสมัย พร้อมกลิ่นอายของวัฒนธรรมของคนอีสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

          ซึ่ง ซืนวาน มีที่มาจากการบอกเล่าเรื่องราวของคุณพ่อคุณแม่ถึงความหลัง เมื่อครั้งยังเยาว์วัย ที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนด้วยการนำข้าวของเครื่องใช้มาประกอบเรื่องราว แนวคิดย้อนความหลังอันแสนหวาน จึงเป็นที่มาของ Community Mall แห่งใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานี ที่เรียกว่า "ซืนวาน"


ซืนวาน หรือ ตลาดซืนวาน ตั้งอยู่ถนนสถลมาร์ค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ 5 ไร่เศษ ประกอบด้วยอาคารไม้ชั้นเดียวสีน้ำตาลเข้ม ที่ชวนให้หวนระลึกถึงบ้านหลังเก่าอันอบอุ่น เสริมเติมแต่งด้วยสิ่งคุ้นเคยเมื่อวันวาน โดยการนำข้าวของเครื่องใช้ในอดีต เช่น ผ้าขาวม้า กระติบข้าวเหนียว หรือเอกลักษณ์อื่น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์รวมถึงวิถีชีวิตของชาวอุบลฯ มาประกอบเรื่องราว ภายใต้บรรยากาศต้นไม้และดอกไม้ ที่ร่มรื่น รวมทั้งร้านค้าต่าง ๆ เช่น ร้านกาแฟสด โซนร้านอาหาร โซนขายเสื้อผ้า ขายของที่ระลึก ที่มีให้ได้เลือกชมและเลือกชิมกันอย่างเพลิดเพลิน

          และนอกจากชิม ช้อป ภายใน ซืนวาน แล้ว จุดขายสำคัญอยู่ที่การปลดปล่อยอารมณ์ไปกับการเดินชม เดินเที่ยว พร้อมถ่ายรูปแนว ๆ ไปกับบรรยากาศของเก่า ๆ สมัยอดีตรอบ ๆ ตัว ซึ่งช่วยขุดคุ้ยความทรงจำให้ฟุ้งกระจายแจ่มชัด โดนใจทั้งวัยผู้ใหญ่หรือวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็น โมเดลยอดมนุษย์อุลตร้าแมน, โมเดลอีที มนุษย์ต่างดาวจากหนังอมตะกว่า 3 ทศวรรษก่อน, เก้าอี้ร้านตัดผมสมัยคุณพ่อไปโรงเรียน, ตู้ไปรษณีย์สีแดงสดรูปทรงแปลกตา, วิทยุ-โทรทัศน์ ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่เกิด หรือโปสเตอร์ภาพวาดภาพยนตร์ในหลายสิบปีก่อนสีสันสดใส โดยของเก่าที่นำมาตกแต่งเพิ่มเติมบรรยากาศความหลังทั้งหมดนั้น ประมาณร้อยละ 80 คือของสะสมที่เก่าจริง ส่วนที่เหลือเป็นของเก่าผลิตใหม่ เนื่องจากหายากในปัจจุบันแต่ทุกอย่างก็ล้วนเข้ากันได้อย่างกลมกลืนในซืนวาน

          นอกจากจะมีสินค้าให้เลือกซื้อกันแบบจุใจแล้ว ซืนวาน ยังมีการจัดจุดถ่ายรูปในมุมต่าง เพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำและให้ความรู้สึกเหมือนกับกลายเป็นวัยรุ่น เหมือนได้ย้อนวัยไปอีกครั้ง กับบรรยากาศในอดีตสมัยรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ที่ใช้ของเก่าเก็บที่ยังหลงเหลืออยู่ และของเก่าที่ผลิตขึ้นมาใหม่ มาผสมกลมกลืนให้แปลกใหม่ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

          สำหรับใครที่สนใจหรือมีโอกาสแวะเวียนเที่ยวที่จังหวัดอุบลราชธานี ก็สามารถเดินทางไปเที่ยว "ซืนวาน" ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 20.00 น. โดยติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของซืนวานได้ที่  http://www.facebook.com/zuenwan


วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

ดอนหอยหลอด ท่องเที่ยวใกล้กรุงฯ ในจังหวัดสมุทรสงคราม


ดอนหอยหลอด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทรายมีอาณาบริเวณกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงกว่าๆ 
ดอนหอยหลอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง สิ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว คือ หอยหลอด กล่าวกันว่าเป็นแหล่งที่มีหอยหลอดชุกชุมมากที่สุดแห่งหนึ่ง
เมื่อมาถึงก็แวะนมัสการศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ก่อนเดินชมบรรยากาศโดยรอบหาของกินอร่อยๆ ซึ่งแถวนี้มีร้านอาหารให้เลือกหลายร้าน
ทั้งนี้ยังมีร้านขายสินค้าพื้นเมือง เช่น อาหารทะเลแห้ง อาหารทะเลสดหลายอย่างมากมาย อิ่มแล้ว สุดท้ายก็จบลงด้วยปูเสื่อนั่งชมธรรมชาติ