วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

กินชาถูกปาก โรตีถูกใจ@ ร้านชาชัก ปากบารา จ.สตูล


หน้าหนาวนี้ใช่ว่าจะเป็นฤดูกาลเที่ยวดอยและขุนเขาเมืองเหนือเพียงอย่างเดียว เพราะช่วงนี้ทะเลภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันก็สวยใช่น้อยเช่นกัน สนุก! ท่องเที่ยว มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวทะเลใต้เมืองสตูล และเข้าพักในรีสอร์ทแถวปากบารา อ.ละงู ช่วงยามเย็นแดดร่มลมตกได้มีโอกาสออกไปนั่งรถเล่นและแวะชิมร้านชาชักที่ว่ากันว่า เป็นร้านอร่อยร้านหนึ่งของปากบารา ซึ่งใครมาเที่ยวย่านนี้ หรือมารอเรือข้ามฝั่งไปเที่ยวหมู่เกาะตะรุเตาหรือเกาะหลีเป๊ะ ต้องแวะมาชิม
ร้านชาชัก ปากบารา เป็นร้านชาขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ด้านหน้าตั้งอยู่ติดถนน ส่วนด้านหลังติดกับหาดทราย มีโต๊ะและซุ้มให้นักท่องเที่ยวได้นั่งล้อมวงจิบชากันแบบเพลิดเพลิน นอกเหนือจากวิวที่โดดเด่นแล้ว เรื่องรสชาติของชาและโรตีร้านนี้ก็ไม่เป็นสองรองใคร มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะเจ้าของหนุ่มนั้นได้ไปฝึกฝนวิชามาจากร้านโรตีและชาชักเมืองปีนังประเทศมาเลเซียนานถึง 8 ปี ก่อนหอบวิชาความรู้กลับบ้านเกิดเมืองสตูล และเปิดร้านชาชักที่นี่นานกว่า 8 ปีแล้วเช่นกัน
เมนูความอร่อยของร้านนี้มีทั้ง โรตีกรอบ โรตีไข่ มะตะบะไก่ โรตีน้ำแกง โรปลาไส้กระป๋อง โรตีไส้ข้าวโพด โรตีไส้ลูกเกด โรตีไส้อินทผาลัม  ฯลฯ ส่วนเครื่องดื่มมีให้เลือกชิมทั้ง ชาชัก ไมโลชัก กาแฟชัก โกโก้ชัก สั่งได้ตามใจชอบว่าจะกินแบบเย็นหรือร้อน ทุกเมนูอร่อยได้ใจสุดๆ
ชวนกันมาท้าพิสูจน์ความอร่อยได้ทุกวันเปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึงเที่ยงคืนเท่านั้น รับรองว่าติดใจไม่ลืมแน่นอน
ที่ตั้ง: ร้านชาชัก ปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล
เปิด-ปิดเวลา: ทุกวัน 17.00 - 24.00 น.
โทร. 08 4691-6215

กุ๊กชม ราคาเบาๆ แต่อร่อยหรูแบบอินเตอร์


อยากกินอาหารอร่อยระดับโรงแรมหรู แต่ช่วงกลางเดือนอย่างนี้เงินในกระเป๋าไม่ค่อยอำนวย วันนี้ We Recommend มีร้านอาหารนานาชาติมาแนะนำ ทั้งอร่อย แถมบรรยากาศสบายๆ อยู่ริมน้ำ ที่สำคัญไม่แพงด้วย ตามมาเลยค่ะ
จากที่เคยเป็นข่าวโด่งดังว่ามีเชฟเปิดท้ายรถเบนซ์ขายอาหารกล่องอยู่แถวตลาดเทเวศร์ จนทุกวันนี้ "กุ๊กชม" เชฟคนนั้น เลิกเปิดท้าย แต่มาเปิดร้านเล็ก ๆ ที่ใส่ความตั้งใจอันยิ่งใหญ่ จากประสบการณ์เป็นเชฟโรงแรมมานานกว่า 35 ปี ลงไปในอาหารฝรั่งระดับ 5 ดาว ที่นำมาเสิร์ฟในราคาสบายกระเป๋า พร้อมต้อนรับทุกคนที่อยากทานอาหารอร่อยแบบฉบับภัตตาคาร
อร่อยหรูแบบอินเตอร์
เห็นเป็นร้านเล็ก ๆ แบบนี้ แต่รายการอาหารที่นี่มีกว่า 70 รายการ หลากหลายสัญชาติให้เลือก ทั้งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลียน เม็กซิกัน สเปน หรืออยากทานอะไรเป็นพิเศษสามารถบอกกุ๊กชมปรุงใหม่ให้ได้ แต่หากมาถึงแล้วละลานตากับเมนู เราขอแนะนำออเดิร์ฟไทยรสแซ่บ กุ้งนั่งยาง (80 บาท) กุ้งกับปลาหมึกราดซอสซีฟู้ดรสแซ่บ จัดเรียงเป็นวงสวยงาม จัดหนักกันต่อกับ ซีฟู้ดอบชีสหอยจักรพระนารายณ์ (200 บาท) สารพัดซีฟู้ดอบชีสเสิร์ฟในเปลือกหอยจักรจากอินโดนีเซียไซส์บิ๊กเบิ้ม ส่วนผสมมีทั้งเนื้อปู กุ้ง หอยเชลล์ หอยนางรม หอยลาย ปลาหมึก และปลากะพง อบกับชีสเยิ้มๆ อร่อยเข้ากัน หรือจะเป็น สปาเกตตี้ไข่กุ้ง (70 บาท) รสเผ็ดนิด ๆ หอมกลิ่นใบมะกรูดทอด และ สเต็กไก่ซอสตับห่านบด (100 บาท) เข้มข้นด้วยเครื่องเทศอย่างดี เป็นอีกจานที่ไม่ควรพลาด
ร้านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ตรงท่าน้ำเทเวศร์ จะขับรถ หรือนั่งเรือมาที่ร้านก็ได้ หรือถ้าอยากได้ความรู้เรื่องการทำอาหาร สามารถมาปรึกษากุ๊กชมได้ กุ๊กบอกยินดีสอนให้ฟรี ๆ ไม่มีกั๊กเลยค่ะ

Recommended Dishes
กุ้งนั่งยาง
ซีฟู้ดอบชีสหอยจักรพระนารายณ์
สปาเกตตี้ไข่กุ้ง
สเต็กไก่ซอสตับห่านบด
ที่ตั้ง: ท่าน้ำเทเวศร์ ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร: 085-904-6936
เวลาเปิดบริการ : วันจันทร์ หยุด วันอังคาร-วันอาทิตย์10.00-18.30 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ: 101-300 บาทต่อคน
สัญชาติอาหาร: ไทย, นานาชาติ
ประเภทอาหาร: สเต๊ก, พาสต้า, ซีฟู๊ด, อาหารจานเดียว
รูปแบบการให้บริการ: ร้านอาหารทั่วไป, ริมแม่น้ำ ล่องเรือ
ที่จอดรถ: ริมถนน

ซินยอร์ ซาสซี่ ร้านอร่อยวิวสวยใจกลางกรุง


จากต้นตำรับความอร่อยของอาหารอิตาเลียนสัญชาติอังกฤษ ที่ถูกกล่าวขานมานานร่วม 25 ปี วันนี้ Signor Sassi Bangkok ได้ส่งตรงความอร่อยจากลอนดอนสู่กรุงเทพฯ แล้ว We Recommend จึงไม่พลาดโอกาสดี ๆ ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับร้านอาหารระดับห้าดาวแห่งนี้กันค่ะ
การตกแต่งภายในร้าน เน้นความเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบฉบับของ Signor Sassi ด้วยโทนสีอบอุ่นของไม้ และสีขาวสะอาดตาที่ช่วยขับให้แสงไฟยามค่ำคืนดูโดดเด่น คลอเคล้าไปกับกลิ่นอายอิตาเลียนจากหน้ากากคาร์นิวัลที่ประดับตามเสา สดชื่นด้วยสีเขียวจากสวนสวยบริเวณระเบียง ให้คุณนั่งทานอาหารท่ามกลางฉากหลังอันสวยงามของกรุงเทพฯ
Unique Italian Food
ก่อนจะเริ่มชิมเมนูแรก เป็นธรรมเนียมของทางร้านที่จะเสิร์ฟ พาเมซานชีสกับมะกอก และขนมปังโรสแมรี่ฟอคคาเซียร้อน ๆ อุ่นท้องกันก่อน จากนั้นจึงตามมาด้วยเมนูแรกกับ Avocado Bernardo (490 บาท) สลัดกุ้งอะโวคาโด้ราดด้วยซอสครีมกุ้ง จานที่สองตามมาติด ๆ Mozzarella in Carrozza (240 บาท) มอสซาเรลล่าชีสทอด แป้งนุ่มหนึบด้วยชีส ทานเพลินทีเดียวค่ะ ถัดมาเป็นจานซิกเนเจอร์ของร้าน Spaghetti Lobster (1,180 บาท) สปาเกตตีปรุงด้วยซอสสูตรพิเศษ รสชาติเข้ากันดีกับลอบสเตอร์ เมนูนี้ถ้าไม่ได้ทานถือว่ายังมาไม่ถึง Signor Sassi นะคะ ทานคู่กับ Signor Sassi Special (370 บาท) ค็อกเทลรสเปรี้ยวจากส่วนผสมของน้ำมะนาว วอดก้า และเสาวรส หรือถ้าชอบดื่มไวน์ ที่ร้านมีไวน์คุณภาพดีให้คุณได้เลือกดื่มไปพร้อม ๆ ทานอาหารตามใจชอบเลยค่ะ ขยับมาชิมของหวานกันบ้าง เริ่มจาก Pere "Al Chianti" (280 บาท) ลูกแพร์ต้มในไวน์แดงจนกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา อีกเมนูเป็น Strawberry Cheese Cake (280 บาท) ชีสเค้กรสสตรอว์เบอร์รีหอมหวาน ยิ่งทานคู่กับค็อกเทลเบา ๆ อย่าง Blue Hawaii (350 บาท) ลงตัวทีเดียวค่ะ
ช่วงนี้ Signor Sassi Bangkok จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ อร่อยมื้อเที่ยง กับ Business Lunch ในราคาสุดคุ้ม 450 - 650 บาทเท่านั้น และยังเลือกทานเมนูขนมหวานในราคา 150 บาท จากราคาปกติ 280 อีกด้วยค่ะ ร้านเปิดสองเวลา คือ 12.00 - 14.30 และ 18.00 - 23.00 ค่ะ สะดวกช่วงไหนก็แวะเวียนไปกันได้นะคะ

Recommended Dishes
Avocado Bernardo
Mozzarella in Carrozza
Spaghetti Lobster
Signor Sassi Special
Pere "Al Chianti"
Strawberry Cheese Cake
Blue Hawaii
คุยกับ "Signor Sassi Bangkok"
Signor Sassi คือร้านอาหารอิตาเลียนจากประเทศอังกฤษ ที่ได้รับการยอมรับจากนักชิมทั่วโลก ด้วยชื่อเสียงในรสชาติอันเป็นเลิศและมาตรฐานในการบริการ คุณอภิชัย เตชะอุบล จึงซื้อแฟรนไชส์มาเปิดในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก บนชั้น 37 ของโรงแรมอนันตรา สาทร และนับเป็นสาขาแรกของเอเชียอีกด้วย โดยคงไว้ซึ่งรสชาติตามต้นตำรับอิตาเลียนอันแสนพิถีพิถัน
ที่ตั้ง: ชั้น 37 โรงแรมอนันตรา สาทร ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ สาทร กรุงเทพมหานคร 10120
โทร: 02-210-9011
เว็บไซต์: http://www.signorsassi.co.uk
เวลาเปิดบริการ: ทุกวันเวลา 12.00-14.30 น. 18.00-23.00 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ: 501-1,000 บาทต่อคน
บัตรเครดิตที่รับ: Visa, Master Card, American Express
สัญชาติอาหาร: อิตาเลี่ยน
ประเภทอาหาร: พาสต้า, ฟิวชั่น, ไวน์ แชมเปญ, ค็อกเทล-ม็อกเทล
รูปแบบการให้บริการ: โรแมนติก, บนยอดตึก-อาคารสูง
เหมาะสำหรับ: นั่งชิลๆ, จัดเลี้ยงโอกาสพิเศษ, คุยธุรกิจ
ที่จอดรถ: บนอาคาร
facebook Page: http://www.facebook.com/signorsassibkk

เฟลาเออร์ชอป (เซ็นทรัล ลาดพร้าว)


เพราะชีวิตคนเราขาดหวานไม่ได้ ความหอมหวานของขนมและเครื่องดื่มจึงเป็นหนึ่งรสชาติที่เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขได้เป็นอย่างดี วันนี้ We Recommend เลยอยากชวนทุกคนจูงมือครอบครัว กลุ่มเพื่อนสนิท หรือคนพิเศษมาเติมความหวานกันที่ร้านขนมแสนน่ารัก ภายในห้่างเซ็นทรัลลาดพร้าวกันค่ะ
The Provence Cafe Style
อบอุ่นตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือน ด้วยการตกแต่งในแบบคันทรี่ฝรั่งเศส หรือ โพรวองซ์สไตล์ ที่หยิบเอาโทนสีขาว และความคลาสสิกของงานไม้มาผสานกลิ่นอายของธรรมชาติไว้ได้อย่างลงตัว สร้างเสน่ห์เฉพาะตัวของร้านด้วยภาพเพนท์ตัดกับผนังสีขาวและตัวเขียนภาษาอังกฤษบนกระจกรอบร้าน เป็นความอ่อนหวานที่มีลูกเล่นเท่ ๆ ทีเดียวค่ะ
Sweet Baking Day
ขนมและเครื่องดื่มของร้าน Flour Shoppe หนักแน่นในรสชาติจากวัตถุดิบที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี พิสูจน์ความอร่อยกันที่เมนูแรกOsaka Cheesecake(95 บาท) ชีสเค้กแบบญี่ปุ่น สูตรแป้งบางเบาที่เชฟเจ้าของร้าน คิดค้นสูตรโดยได้แรงบันดาลใจมาจากการไปเยือนโอซาก้าครั้งแรก เสิร์ฟพร้อมสตรอว์เบอร์รีครีมซอส จานถัดมายั่วน้ำลายกันสุด ๆ กับ Tokyo Toast (165 บาท) ขนมปังสี่เหลี่ยมก้อนโตหอมกรุ่นทำเอง เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา และวิปปิ้งครีม ยิ่งแบ่งกันทานหลาย ๆ คนยิ่งอร่อยค่ะ อีกเมนูขนมที่น่าลิ้มลองไม่แพ้กัน Maple Bundt Cake (125 บาท) อร่อยกับชิฟฟ่อนเคลือบด้วยเมเปิลบัตเตอร์วิปปิ้ง เพิ่มเติมความกลมกล่อมด้วยวอลนัทหวานมัน ไม่อยากให้พลาดจริง ๆ ค่ะ
ขยับมาที่เครื่องดื่มกันบ้าง เริ่มที่ Strawberry Soda (90 บาท) เครื่องดื่มเย็น ๆ สีสันสดใส ถัดมา Blended Mango(100 บาท) แก้วนี้เหมาะสำหรับคนชอบมะม่วงเลยล่ะค่ะ รสชาติแน่่นด้วยเนื้อมะม่วงหวานฉ่ำจริง ๆ ปิดท้ายกันด้วย Rare Item ของร้านอย่าง Chocolate Cocoa Crumb (135 บาท) We Recommend รับรองว่าถูกใจคอช็อกโกแลตแน่นอนค่ะ
วันไหน แวะมาเซ็นทรัลลาดพร้าว ช็อปปิ้ง ดูหนังกันจนเพลินแล้ว อย่าลืมแวะเติมความอร่อยที่ร้าน Flour Shoppe ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นจากขนมฝรั่งเศสสไตล์ญี่ปุ่นกันนะคะ และทางร้านฝากมาบอกด้วยว่า Flour Shoppe สาขาที่สองเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วที่ห้่างเซ็นทรัลชิดลมนี่เอง อย่าลืมแวะไปอุดหนุนกันให้ได้นะคะ
Recommended Dishes
Osaka Cheesecake
Tokyo Toast
Maple Bundt Cake
Strawberry Soda
Blended Mango
Chocolate Cocoa Crumb
คุยกับ "Flour Shoppe (Central Ladprao)"
จากความหลงใหลในรสชาติขนม เกิดเป็นความรักและความสร้างสรรค์ในการคิดค้นเมนูที่พิถีพิถัน บวกกับประสบการณ์ตอนอยู่เมืองนอกที่ได้คลุกคลีเรื่องกาแฟมาพอสมควร เชฟเจ้าของร้าน Flour Shoppe จึงเกิดแรงบันดาลใจดี ๆ เปิดร้านขนมฝรั่งเศสในสไตล์ญี่ปุ่นที่ตัวเองประทับใจ ส่งต่อความสุขของรสชาติแสนหวานท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นในร้านแห่งนี้
ที่ตั้ง: Central Plaza ลาดพร้าว ชั้น 2 ถนนพหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร: 081-826-8530
เวลาเปิดบริการ: ทุกวันเวลา 10.00-22.00 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ: 101-300 บาทต่อคน
ประเภทอาหาร: ชา-กาแฟ, เบเกอรี่
รูปแบบการให้บริการ: ร้านกาแฟ-อาหารว่าง
เหมาะสำหรับ: ครอบครัว, นั่งชิลๆ, นัดเดท, คุยธุรกิจ
ที่จอดรถ: บนอาคาร
facebook Page: http://www.facebook.com/pages/Flour-Shoppe-BKK/204397642955404

ตามรอยฉากเก๋ๆ ในแรงเงา ชวนชิม ‘ร้านสองฝั่งคลอง‘ มุมดินเนอร์ของวีกิจ&มุนินทร์


เวลานี้กระแสละครเรื่อง แรงเงา กำลังเข้มข้นมากขึ้นทุกที เพราะเหลืออีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้ว ทีนี้ละจะได้รู้กันแล้วว่า ความแค้นระหว่างเมียหลวงลวงสังหารอย่างนพนภา กับพี่สาวฝาแฝดที่มาแก้แค้นให้น้องสาวอย่างมุนินทร์ จะลงเอยสมใจคนดูมากแค่ไหน? แต่จากที่ติดตามละครมาตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากเนื้อหาที่เข้มข้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่ดูกีี่ครั้งก็เพลินตาเพลินใจทุกที นั่นก็คือฉากๆ สวยในละคร ซึ่งส่วนนี้ต้องขอยกความดีความชอบให้คนหาโลเกชั่นหรือสถานที่สำหรับถ่ายละครเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีมุมสวยๆ ให้ดูไม่เบื่อแล้ว ยังชวนให้คนดูอยากรู้และอยากตามไปชมให้เห็นกับตาสักครั้งว่าจะเริ่ดสักแค่ไหน 
เมื่อคราวที่แล้วผู้เขียนที่ช่วงนี้ติดละครเรื่องเงาอย่างแรงได้พาคุณผู้อ่านไปเที่ยวชมบรรยากาศสวยๆ ของ โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด ( Buddy Oriental Riverside Pakkred) ฉากเก๋ๆ ที่ใช้ถ่ายทำกองงานพัสดุภัณฑ์น สถานที่ทำงานของ ผอ. เจนภพ คราวนี้เราจะพาคุณผู้อ่านชม ชิม ร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดี๊ดี ที่พระเอกแสนซื่ออย่างวีกิจนัดมุนินทร์ ออกมาพบกันเป็นประจำ นั่นก็คือ ร้านสองฝั่งคลอง ร้านอาหารวิวสวยใน  โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด ( Buddy Oriental Riverside Pakkred) นั่นเอง 
สนุก! ท่องเที่ยว เดินทางมาถึงโรงแรมในช่วงแดดร่มลมตก โดยร้านสองฝั่งคลองตั้งอยู่ด้านในสุดของโรงแรม ซึ่งติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนเอ้าดอร์ ที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา เหมาะสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบบรรยากาศธรรมชาติ มานั่งเล่น กินอาหารอร่อยเคล้ากับสายลมเย็นๆ เพลงเพราะๆ เหมือนกับฉากที่วีกิจกับมุนินทร์ดินเนอร์กัน แอร๊ย..ย...(หวานซะ) และส่วนตัวบ้าน (อินดอร์) เป็นห้องปรับอากาศชั้นเดียว   ตกแต่งสไตล์โคโรเนียล เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย มีวงดนตรีสดมาเล่นทุกค่ำคืน มีห้องวีไอพีไว้สำหรับจัดเลี้ยง และโต๊ะพูลไว้บริการสำหรับลูกค้าที่มาสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ส่วนพนักงานก็ยิ้มแย้มแจ่มใสบริการเป็นกันเองมาก
ร้านอาหารสองฝั่งคลอง มีอาหารรสชาตือร่อยให้เลือกชิมหลากหลายเมนู อาทิ กุ้งทอดกระเทียม, กุ้งแม่น้ำเผา,ปลากระพงย่างเกลือ, ปูผัดผงกะหรี่, ปูเนื้อนึ่งซีอิ้ว, ปลาทับทิมผัดผลไม้ห้าฤดู, ต้มยำทะเล, ส้มตำปูไข่ดอง, หมึกไข่ย่าง, ปลากะพงผัดพริกไทยดำ, กุ้งอบพริกเกลือ, กั้งทอดระเทียม, รวมมิตรทะเลเผา, ข้าวผัดสับปะรดกับกุ้งทอด, ปลาท่องโก๋ยัดไส้ทอด เป็นต้น
ใครที่กำลังอินกับละครแรงเงา และอยากตามรอยละครไปสวีทหวานเหมือนพระเอกนางเอกแล้วล่ะก็ต้องมาร้านนี้เลย อยากกระซิบบอกอีกสักนิดว่า บรรยากาศที่ได้เห็นจริงๆ นั้นสวยเว่อร์กว่าในละครซะอีก ส่วนตอนนี้ขอพักผ่อนเก็บแรงไว้ลุ้นละครแรงเงาหน้าจอทีวีดีกว่า เดี๋ยวครั้งหน้าจะหาร้านเริ่ดๆ สวยๆ จากละครมาชวนคุณผู้อ่านไปชิมกันอีก อย่าลืมติดตามกันนะ  
เรื่องและภาพ: เฮียกันต์
ขอบคุณภาพอาหารสวยๆ จาก: ร้านอาหารสองฝั่งคลอง www.songfangklong.com
****************************
ชื่อ: ร้านอาหารสองฝั่งคลอง โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด ( Buddy Oriental Riverside Pakkred)
ที่ตั้ง: 17/56 หมู่ 7 ซอยสุขาประชาสรรค์ 2 (ซอย 25) ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120
โทร.0 2584 2222
เวลาเปิดปิด: เปิดทุกวัน โซนอินดอร์ เปิดเวลา 10.00-24.00 น. ส่วนเอ้าดอร์ เปิด 18.00-24.00 น. 
เว็บไซต์: www.buddyriverside.com, www.songfangklong.com

ข้าวมันไก่มงคลชัย


หลายคนคิดว่าข้าวมันไก่เป็นเมนูธรรมดา หาทานที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าจะหาแบบที่อร่อยเด็ดจริง คงต้องตาม We Recommend มาที่นี่แล้วล่ะค่ะ ร้าน "ข้าวมันไก่มงคลชัย" เพราะเขาเป็นเจ้าดังเก่าแก่ที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อยันรุ่นลูก แต่ยังคงความอร่อยได้ไม่มีเปลี่ยน
มาก่อนบ่าย ไม่งั้นหมด!
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าทันทีที่ We Recommend เข้ามาในร้านได้ไม่นาน ก็ได้ยินเขาบอกว่าข้าวมันไก่ทอดหมดแล้ว เหลือแต่ข้าวมันไก่ธรรมดา เหลือบมองนาฬิกายังไม่เที่ยงเลยด้วยซ้ำ แถมยังมีลูกค้าเข้าร้านมาสั่งอยู่ไม่ขาดสาย เรียกว่าเป็นร้านเด็ดที่ใครผ่านไปผ่านมาเป็นต้องแวะมาทาน เมนูแนะนำ ข้าวมันไก่เนื้อน่อง (35 บาท) ไก่เนื้อนุ่มกำลังดี เลือกได้ว่าจะเอาส่วนไหน ทานคู่กับน้ำจิ้มรสจัดจ้าน สั่งจานเดียวอาจไม่พอ ขอต่อด้วย ข้าวมันไก่ทอด (45 บาท) หนังกรุบกรอบ ทานคู่น้ำจิ้มออกเผ็ดหวาน อร่อยเข้ากันไม่เหมือนที่ไหน ที่สำคัญต้องไม่พลาด เป็ดตุ๋นมะนาวดอง (45 บาท) น้ำซุปสูตรเฉพาะของที่นี่ ใส่เนื้อเป็ดตุ๋นอย่างดี ให้รสเปรี้ยวนิด ๆ ของมะนาวดอง หรือจะสั่งเป็น มะระซี่โครงหมู (45 บาท) รสชาติกลมกล่อม มาซดร้อน ๆ ซักถ้วย ขอบอกว่าซี่โครงหมูที่นี่เนื้อนิ่มมาก นอกจากนี้ยังสั่งไก่แบบแยกจานมาทานกับข้าวมันก็ได้
ด้วยวัตถุดิบคุณภาพดี ทำสดใหม่ทุกวัน แถมราคาไม่แพง ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงมีคนแน่นร้านตลอด ใครผ่านไปผ่านมาแถว ๆ สี่แยกเทเวศร์ จากหอสมุดแห่งชาติตรงมาทางถนนสามเสน ข้ามแยกเดินมาไม่ไกล แวะมาทานกันได้ การันตีความอร่อย แต่ที่สำคัญควรมาก่อนเที่ยง เดี๋ยวหมดแล้วจะหาว่าเราไม่เตือนนะคะ

Recommended Dishes

ข้าวมันไก่เนื้อน่อง
ข้าวมันไก่ทอด
เป็ดตุ๋นมะนาวดอง
มะระซี่โครงหมู
ที่ตั้ง: 314 ถนนสามเสน แขวงบางขุนพรหม พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร: 02-282-1991
เวลาเปิดบริการ: ทุกวันเวลา 06.00-14.00 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ: ต่ำกว่า 100 บาทต่อคน
ประเภทอาหาร: อาหารจานเดียว
รูปแบบการให้บริการ: ร้านอาหารทั่วไป
ที่จอดรถ: ริมถนน

Cafe’ de Destiny คาเฟ่ เดอ เดสทินี่ อร่อยได้ทุกช่วงเวลา


มีใครยังไม่ได้พาคุณพ่อไปทานอาหารด้วยกันบ้างคะ อ๊ะ อ๊ะ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านเลยไป วันนี้ถ้ามีโอกาสพาท่านไปอร่อยด้วยกันที่ร้านแนะนำล่าสุดของ We Recommend ก็จะดีไม่น้อยเลยค่ะ Cafe\' de Destiny คือร้านเพิ่งเปิดใหม่ไม่นานในซอยเอกมัย เน้นสร้างบรรยากาศเรียบง่ายเป็นกันเอง ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ในโทนสีเข้มตัดกับโคมไฟสีสันสดใสสะดุดตา
ทางร้านเสิร์ฟอาหารจานพิเศษปรุงโดยเชฟมากฝีมือ บวกกับการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพ อาทิ Spinach Cheese Quesadilla (145 บาท) เคซาเดียไส้ผักขมและชีส ทานกับซัลซ่าซอส), Mushroom Cream Soup (85 บาท)ซุปครีมเห็ดเข้มข้น, Seafood Spaghetti with Squid Ink (195 บาท) สปาเก็ตตี้หมึกดำซีฟู้ดรสออกเผ็ดนิดๆ และจานหลักแนะนำ Lamp Shank Stew (550 บาท) เนื้อแกะที่เคี่ยวและตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม ทานกับพาสต้าเส้นแบน
ต่อกันที่ของหวานไฮไลท์ Chocolate Lava (145 บาท) รับรองถูกใจคนเลิฟช็อกโกแลต ทานคู่ไอศครีมวานิลลาและวิปครีม, Cookie Oreo Cake (85 บาท) เนื้อแป้งวานิลลาแทรกด้วยครีมโอรีโอ้ เคลือบครีมสด แล้วโรยโอรีโอ้บดอีกชั้น ปิดท้ายเป็นเครื่องดื่มแก้ง่วงยามบ่าย Latte Frappe (85 บาท) กาแฟลาเต้ปั่น เลือกใช้เมล็ดพันธุ์อราบริก้าอย่างดี หรือ Strawberry Smoothie (85 บาท) ก็เรียกความสดชื่นให้ตื่นเต็มตา หรือยามค่ำคืนเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังได้ ทั้งไวน์ ค็อกเทล และเบียร์สด เค้าคัดของดีมาให้ลองทั้งนั้น
จบภาระกิจพิชิตร้านอร่อยอีกหนึ่งแห่ง พรุ่งนี้คอยติดตามชมกันได้ว่าเราจะมีร้านเด็ดที่ไหนมาฝากกันค่ะ

Recommended Dishes
Spinach Cheese Quesadilla
Mushroom Cream Soup
Seafood Spaghetti with Squid Ink
Lamp Shank Stew
Chocolate Lava
Cookie Oreo Cake
Latte Frappe

ที่ตั้ง:  582/3-4 ซอยเอกมัย ระหว่างซอย 26 - 28 ( หน้าไทปิงทาวเวอร์ ตรงข้ามโรงพิมพ์สลากกินแบ่งฯ) ถนนสุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ 582/3-4 วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร: 02-711-4779
เว็บไซต์: http://www.cafededestiny.com
เวลาเปิดบริการ: วันจันทร์ -ศุกร์ 07.30-23.00 น.วันเสาร์-อาทิตย์ 09.00-23.00 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ: 101-300 บาทต่อคน
บัตรเครดิตที่รับ: Visa, Master Card
สัญชาติอาหาร: ไทย, อิตาเลี่ยน
ประเภทอาหาร: ชา-กาแฟ, ของหวาน, ไวน์ แชมเปญ
รูปแบบการให้บริการ: ร้านอาหารทั่วไป, เปิดเพลงเบาๆ
ที่จอดรถ: ลานจอดรถในบริเวณร้าน
facebook Page: http://www.facebook.com/cafedestiny

ภัทรา ร้านอาหารบรรยากาศดี อาหารอร่อยสำหรับคุณ


แม้ปัจจุบันจะมีร้านอาหารหลากหลายประเภทให้เลือกทาน แต่ถึงอย่างไรก็รสชาติคุ้นลิ้นสู้อาหารไทยบ้านเราไม่ได้นะคะ โดยเฉพาะอาหารไทยโบราณที่นับวันจะหาทานยากขึ้นทุกที วันนี้ We Recommend มีร้านอาหารไทยคุณภาพซึ่งเปิดสาขาในหลายประเทศมาแนะนำให้รู้จัก ที่ร้าน "ภัทรา" ค่ะ
เรือนไม้โบราณตกแต่งแบบไทยผสมผสานความเป็นเอเชี่ยนด้วยโทนสีน้ำตาลและทอง สอดแทรกความทันสมัยไว้ในบรรยากาศสบาย ๆ ด้วยบาร์ค็อกเทลและเพลงแจ๊สที่เปิดคลอ มองออกไปด้านนอกมีสวนเขียวสำหรับนั่งเล่นยามแดดร่มลมตกในตอนเย็น ๆ
Authentic Thai Taste
สำหรับเมนูที่เสิร์ฟในร้านของภัทรานั้น เน้นคอนเซ็ปต์อาหารไทยโบราณที่นำวัตถุดิบคุณภาพจากต่างประเทศมาดัดแปลงโดยยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้ครบถ้วน อย่าง โรตีแพนงแกะปิ้ง (220 บาท) ที่ใช้เนื้อแกะหมักเครื่องเทศย่างสุกนุ่ม ราดน้ำแพนงและอาจาดอมเปรี้ยวอมหวานทานคู่แป้งโรตีกรอบหอมอร่อย ยำมะเขือยาวย่าง (250 บาท) เมนูเก่าหาทานยากอีกจาน มะเขือยาวย่างเนื้อฉ่ำหวานปรุงรสน้ำยำ โรยเนื้อปูและไข่ปลาคาร์เวียร์รสเข้ากัน ขาหมูทอดกรอบ (580 บาท) กรอบนอกนุ่มในทานกับน้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดจัดจ้านกลมกล่อม พล่ากุ้ง(520 บาท) ใช้กุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่เนื้อกรอบแน่น นำมาพล่าได้รสจัดเหมาะทานกับข้าวสวยร้อน ๆ หลังทานอาหารไทยเผ็ด ๆ แล้วก็มาดับร้อนด้วยของหวานอย่าง ชาไทย Panna Cotta(150 บาท) ครีมพุดดิ้งเนียนนุ่มรสชาไทยหวานมันตัดกับซอสสตรอว์เบอร์รี่รสเปรี้ยว เสิร์ฟในแก้วทรงสูงสไตล์ค็อกเทล
ยังมีอาหารไทยโบราณหาทานยากอีกหลายเมนูให้ได้ลองชิม จะมาทานกับครอบครัวหรือพาเพื่อนชาวต่างชาติมาเลี้ยง ก็สามารถใช้บริการห้องจัดเลี้ยงที่ร้านมีไว้บริการได้ และในช่วงอากาศเริ่มเย็นลงย่างเข้าหน้าหนาวอย่างนี้ ทางร้านภัทราก็ขอเชิญชวนให้มานั่งชิลล์จิบเบียร์ในสวน พร้อมปาร์ตี้บาร์บีคิวตอนเย็นตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป และฟังดนตรีสดได้ทุกคืนวันศุกร์และเสาร์ พร้อมช่วง Happy Hours Buy 1 Get 1 Free! ตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม วันนี้ถึงสิ้นเดือนมกราคมปีหน้าค่ะ
Recommended Dishes
โรตีแพนงแกะปิ้ง
ยำมะเขือยาวย่าง
ขาหมูทอดกรอบ
พล่ากุ้ง
ชาไทย Panna Cotta
คุยกับ "Patara"
"ภัทรา" คือชื่อร้านอาหารไทยในเครือ S&P ซึ่งเปิดสาขาแรกขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี กระทั่งได้ขยายสาขาออกไป 9 สาขาในหลายประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ ที่ซอยทองหล่อ 19 แห่งนี้ค่ะ
ที่ตั้ง: 375 ซอยสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ 19) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร: 02-185-2960-1
เว็บไซต์: http://www.patarathailand.com
เวลาเปิดบริการ: ทุกวันเวลา 11.30-14.30 น. 18.00-22.30 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ: 301-500 บาทต่อคน
บัตรเครดิตที่รับ: Visa, Master Card
สัญชาติอาหาร: ไทย
ประเภทอาหาร: อาหารจานเดียว, A La Carte/ Set Menu, ไวน์ แชมเปญ
รูปแบบการให้บริการ: ร้านอาหารทั่วไป, มีห้องส่วนตัว-จัดเลี้ยง
เหมาะสำหรับ:ครอบครัว, จัดเลี้ยงโอกาสพิเศษ, คุยธุรกิจ
ที่จอดรถ: ลานจอดรถในบริเวณร้าน

Cafe Velodome ไบค์คาเฟ่ที่จะทำให้คุณอยากลุกออกไปปั่นจักรยาน


ช่วงนี้มองไปทางไหนก็เห็นคนทำงานใช้จักรยานกันเยอะขึ้นนะคะ ยิ่งทำให้รู้สึกอยากจะหามาเริ่มต้นปั่นจากระยะใกล้ ๆ บ้านบ้าง ถือเป็นอีกทางเลือกในการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงานที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อมีกลุ่มเพื่อนนักปั่นที่พร้อมจะให้คำแนะนำสำหรับมือใหม่ และชวนเราออกไปค้นหาเส้นทางน่ารัก ๆ ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ We Recommend กำลังพูดถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเหล่านักปั่นมากหน้าหลายตา ต่างก็มุ่งหน้ามาพบปะพูดคุยกันทั้งในเรื่องจักรยาน สังคม และกาแฟ ที่ Cafe Velodome ค่ะ

Cafe Velodome ตั้งอยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งนอกจากจะเป็นที่พักเบรกของเหล่านักศึกษาแล้ว ที่นี่ยังต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา เข้ามานั่งดื่มกาแฟและสอบถามเส้นทางปั่นจักรยานชมเมืองรอบพระนครได้ กลางร้านมีโต๊ะไม้ตัวยาวให้แบ่งปันกันนั่งแชร์ความคิดและประสบการณ์ ขณะที่มองออกไปนอกร้านจะเห็นวิวถนนและต้นหญ้าเขียวสดชื่นของสนามหลวง

Sip Coffee & Have a Talk
นอกจากจะเป็นคาเฟ่จักรยานแล้ว ที่นี่ยังมีความเป็น Green Cafe ที่ต้องการปลูกฝังให้ทุกคนช่วยกันลดใช้พลังงานและพลาสติก โดยเครื่องดื่มที่สั่งกลับบ้านหากนำแก้วมาเองจะได้ส่วนลด 5 บาท แต่ถ้าใช้แก้วพลาสติกที่ร้านต้องเพิ่มอีก 5 บาทค่ะ เมนูแนะนำเริ่มด้วย Choco Velodome Frappe (90 บาท) โกโก้ปั่นละเอียด เข้มข้นเต็มรสโกโก้ เมนูโปรดของนักปั่น เพราะแก้วนี้แก้วเดียวทำให้มีแรงปั่นต่อได้อีกไกล สำหรับคอกาแฟลอง Iced Ristretto Latte (65 บาท) ลาเต้แบบเข้มข้น เหมาะสำหรับคนไม่ทานหวาน, Espresso Affogato (65 บาท) ไอศกรีมวานิลลาหวานมันฝีมือเด็ก ๆ ในโครงการ FarmSook Ice Cream เสิร์ฟพร้อมเอสเพรสโซ่ชอต เวลาทานราดกาแฟลงไป อร่อยเข้มกำลังดี ถ้าชอบดื่มชาก็มี Twinings Wild Berry จิบความสดชื่นจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้ง 4 ชนิด ช่วยให้กระปรี้กระเปร่าในยามบ่าย ทานคู่ขนม Brownie Choc Chip (45 บาท *ราคาโปรโมชั่น) บราวนี่เนื้อแน่นเต็มรสช็อกโก้ หรือลอง Yummy Choc Mousse (65 บาท *ราคาโปรโมชั่น) เค้กช็อกหน้านิ่มรสชาติกลมกล่อม
ระหว่างจิบกาแฟทานขนมกันไปเราแอบเห็นที่ร้านมีจักรยานให้ยืมทดลองปั่นเล่นรอบ ๆ ธรรมศาสตร์ได้ หากติดใจจนอยากจะลองศึกษาและหามาไว้เป็นเจ้าของสักคัน พี่ ๆ ที่ร้านก็พร้อมให้คำแนะนำทุกคน หรือใครจะลงชื่อร่วมทริปจักรยานในวันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่

Recommended Dishes
Choco Velodome Frappe
Iced Ristretto Latte
Espresso Affogato
Brownie Choc Chip
Yummy Choc Mousse
คุยกับ "Cafe Velodome"
Cafe Velodome เกิดจากความตั้งใจของกลุ่มนักปั่นและอาจารย์หลายท่านในธรรมศาสตร์ที่ต้องการรณรงค์ในเรื่องการใช้จักรยาน โดยใช้ความสนใจในการดื่มกาแฟและบรรยากาศคาเฟ่ดี ๆ มาเป็นจุดเริ่มต้น พร้อมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับจักรยานในมุมมอง Bike Chic ที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ง่ายค่ะ
ที่ตั้ง:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร: 02-623-6340
เวลาเปิดบริการ: ทุกวันเวลา 08.00-20.00 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ: ต่ำกว่า 100 บาทต่อคน
ประเภทอาหาร: ชา-กาแฟ, เบเกอรี่
รูปแบบการให้บริการ: ร้านกาแฟ-อาหารว่าง
เหมาะสำหรับ: นั่งชิลๆ, นัดเดท
ที่จอดรถ: จอดในมหาวิทยาลัย
facebook Page: http://www.facebook.com/CafeVelodome

พาราไดซ์ ไดนาสตี้ อร่อยล้ำตำรับจีนเซี่ยงไฮ้


เมื่อเอ่ยถึงอาหารจีนขึ้นมา ภาพของเมนูหรูหรา หูฉลามราคาแพง คงผุดขึ้นมาในความคิดของใครหลายคน แต่สำหรับร้านอาหารจีน สัญชาติสิงคโปร์ "Paradise Dynasty" ร้านนี้ เปลี่ยนความจำเจของอาหารจีนภัตตาคารที่กินยาก ราคาแพง ให้กลายเป็นเมนูทานง่าย และมีความหลากหลายมากขึ้น ตาม We Recommend ไปพิสูจน์ความอร่อยกันเลยดีกว่าค่ะ
สิ่งแรกที่สังเกตเห็นเมื่อก้าวเข้ามาในร้าน คือ มุมโชว์คิทเช่นที่มองเห็นการปรุงอาหารทุกขั้นตอนของพ่อครัว โดยเฉพาะการทำเส้นบะหมี่สด ๆ ทั้งขั้นตอนการนวดแป้ง ดึงเส้น ที่น่าทึ่ง สะท้อนถึงความชำนาญและความสามารถเฉพาะตัวที่ยากจะลอกเลียนแบบจริง ๆ ค่ะ และที่สะกดสายตาแขกในร้านให้หยุดนิ่งได้ ก็คือลีลาการรินชาด้วยกายาว ที่ไม่ว่าจะใส่ท่าทางร่ายรำอย่างไร ก็สามารถรินน้ำได้ลงแก้วชาโดยไม่พลาดเลย บรรยากาศในร้านจึงให้ความรู้สึกเสมือนอยู่ในโรงเตี๊ยมของเมืองจีนเลยค่ะ

อร่อยล้ำตำรับจีนเซี่ยงไฮ้
คอนเซ็ปต์ของร้านนี้ คือ อาหารจีนที่ทานง่าย และมีความครีเอทอยู่ในตัว ซึ่งเมนูแรกที่มาถึงร้านแล้วต้องสั่ง คือ เสี่ยวหลงเปา 8 สี 8 ไส้ (285 บาท) เมนูซิกเนเจอร์ที่คิดค้นสูตรโดยเชฟเซี่ยงไฮ้ เป็นการฟิวชั่นระหว่่างความเป็นตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน โดยใช้ส่วนผสมขึ้นชื่อจากฝั่งตะวันตกมาเป็นไส้ ได้แก่ ไส้หมูสับตับห่านหมูเซี่ยงไฮ้, ไส้หมูและเห็ดทรัฟเฟิล, ไส้หมูสับและชีส, ไส้หมูสับและปู (Crab Roe) และใช้วัตถุดิบของดีที่คัดสรรจากจีนนำมาทำเป็นไส้รสเลิศ ได้แก่ เสี่ยวหลงเปาไส้หมูสับ, ไส้หมูสับและโสม, ไส้้หมูสับและกระเทียม และไส้หมูสับสไตล์เสฉวน ซึ่งการทานเสี่ยวหลงเปาให้อร่อยนั้น เริ่มจากการคีบเสี่ยวหลงเปามาไว้ในช้อน ใช้ตะเกียบเจาะรูบริเวณรอบ ๆ แป้งเสี่ยวหลงเปาให้น้ำซุปไหลออกมา แล้วก็ชิมน้ำซุปข้างใน น้ำซุปร้อน ๆ ของรสชาติในแต่ล่ะไส้กลมกล่อมมากค่ะ ส่วนเนื้อแป้งกับไส้ที่เหลือก็คลุกเข้ากับซอสเปรี้ยวทานจนหมด หรือทานเปล่า ๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ
นอกจากเสี่ยวหลงเปาแล้ว ยังมีราเมงหมูสไลด์ในน้ำซุปกระดูกหมู (195 บาท) ราเมงน้ำซุปรสชาติดี เส้นนุ่มมาก ๆ ถัดมาเป็น เกี๊ยวหมูสับทอดกับถั่วแขก (95 บาท) ภายนอกดูหน้าตาคล้ายเกี๊ยวทั่วไป แต่พอทานแล้ว รสชาติแปลกใหม่ทีเดียวค่ะ ข้างในจะมีน้ำซุปร้อน ๆ อยู่ด้วย ส่วนเมนูอื่น ๆ ที่เราไม่อยากให้พลาด ไก่ลูกเต๋าผัดในสไตล์เสฉวน(215 บาท) ไก่แช่เหล้า (165 บาท) ปลาทอดกรอบราดกระเทียมสับ (235 บาท) และของหวาน ว่านหางจระเข้แช่เย็นในน้ำผึ้งมะนาว (75 บาท) ค่ะ
หากใครอยากไปลิ้มลองรสชาติของ Paradise Dynasty แฟรนไชส์จากประเทศสิงคโปร์ ก็ไม่ต้องไปไกลถึงแดนลอดช่องแล้วค่ะ แต่แวะไปกันได้ที่ โซน Food Passage ชั้น 4 สยามพารากอน นี่เอง

Recommended Dishes
เสี่ยวหลงเปา 8 สี 8 ไส้
ราเมงหมูสไลด์ในน้ำซุปกระดูกหมู
เกี๊ยวหมูสับทอดกับถั่วแขก
ไก่ลูกเต๋าผัดในสไตล์เสฉวน
ที่ตั้ง: Siam Paragon Food Passage ชั้น 4 ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทร: 02 - 129 - 4411
เวลาเปิดบริการ: ทุกวันเวลา 11.00-22.00 น.
บัตรเครดิตที่รับ: Visa, Master Card, American Express
สัญชาติอาหาร: จีน
ประเภทอาหาร: ก๋วยเตี๋ยว-บะหมี่, ราเมน, ติ่มซำ, ของหวาน
รูปแบบการให้บริการ: ร้านอาหารทั่วไป, ในห้างสรรพสินค้า
เหมาะสำหรับ: ครอบครัว, คุยธุรกิจ
ที่จอดรถ: บนอาคาร
facebook Page: http://www.facebook.com/ParadiseDynastyTH

Curries & More เคอร์รีส์ แอนด์ มอร์ บาย บ้านขนิษฐา


Curries & More by Baan Khanitha ร้านอาหารในเครือบ้านขนิษฐา ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะร้านอาหารไทยแสนอร่อยของคนกรุงฯ และชาวต่างชาติ เมื่อไม่นานมานี้ได้ย้ายจากซอยร่วมฤดี มาปักหลักบ้านหลังใหม่ ใหญ่โตทันสมัยเก๋ไก๋กว่าเดิมภายในซอยไปดีมาดี หรือสุขุมวิท 53
ภายในอาณาบริเวณกว้างขวางดูเย็นสบายตาใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านร่มรื่นแห่งนี้ มีหลายบรรยากาศให้เลือก ไม่ว่าจะนั่งทานอาหารในบ้านหลังสีเทาควันบุหรี่ ที่ตกแต่งสไตล์ Modern Oriental กึ่งแกลลอรี่ประดับภาพถ่ายของฝรั่งเศส และภาพวาดศิลปะร่วมสมัยแบบตะวันออก ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว หรือแวะจิบกาแฟยามบ่ายพร้อมขนมอร่อยในโซนคาเฟ่ติดริมถนน ไปจนถึงช่วงเย็นก็มาปาร์ตี้นั่งชิลล์ที่โซนไวน์บาร์ ตึกกระจกสีดำ 2 ชั้น เรียกได้ว่ามาเวลาไหนก็เพลินได้ทั้งวัน
ส่วนเรื่องอาหารนั้นมั่นใจในรสชาติได้ทั้งไทยแท้และแบบไทยประยุกต์ รวมทั้งอาหารฝรั่ง และเบเกอรี่โฮมเมด เริ่มจากปูนิ่มผัดซอสมะขาม (490 บาท) เนื้อปูทอดกรอบทานได้ทั้งตัว คลุกเคล้ากับซอสสามรส พร้อมเม็ดมะม่วงหิมพานต์เคี้ยวมัน ต่อด้วยเมนูอินเตอร์ Yin-Yang Spinach & Ricotta Ravioli (290 บาท) ราวิโอลีผักโขมกับริคอตต้าชีสราดซอสหยินหยาง หน้าตาเป็นสัญลักษณ์หยินหยางด้วยซอส 2 ชนิด ด้านหนึ่งเป็นซอสมะเขือเทศ อีกด้านเป็นซอสครีมแฮมเห็ดบรั่นดี จานหลักแนะนำ Salmon Steak (390 บาท) กริลล์มาร้อนๆ ราดเลมอนซอส ทานกับผักโขมผัดเนยและมันฝรั่งบด แล้วก็ถึงคิวของหวาน Dark Chocolate Souffle (190 บาท) ช็อกโกแลตซูเฟล่อบฟูฟ่องหอมกรุ่น ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลา ก่อนปิดท้ายด้วยเครื่องดื่ม The Jungle Berries (85 บาท) ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ 3 ชนิดปั่นรวมกันทั้ง สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และราสป์เบอร์รี่ กับ Lemon Ice Tea Smoothie (70 บาท) หรือชามะนาวปั่น เปรี้ยวจี๊ดหวานน้อย สดชื่นตื่นเต็มตาดีนักแล
นับเป็นอีกร้านที่เหมาะสำหรับทุกคนทุกโอกาส เชิญมาผ่อนคลายตั้งแต่เช้าจรดค่ำได้ทุกวันไม่มีวันหยุด เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 53 (ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ) ตรงไปประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ด้านซ้ายมือ
Recommended Dishes
ปูนิ่มผัดซอสมะขาม
Yin-Yang Spinach & Ricotta Ravioli
Salmon Steak
Dark Chocolate Souffle
ที่ตั้ง: 31 ซอยสุขุมวิท 53 (ซอยไปดีมาดี) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร: 02-259-8530-6, 084-929-4123
เว็บไซต์: http://www.curriesandmore.com
เวลาเปิดบริการ: ทุกวันเวลา 11.00-14.00 น. 18.00-23.00 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ: 501-1,000 บาทต่อคน
สัญชาติอาหาร: ไทย, นานาชาติ
ประเภทอาหาร: อาหารจานเดียว
รูปแบบการให้บริการ: ร้านอาหารทั่วไป
ที่จอดรถ: ลานจอดรถในบริเวณร้าน
facebook Page: http://www.facebook.com/Curries-More-by-Baan-Khanitha/145215162170526?ref=sgm&sk=wall

ห้องอาหารช้อน Chon Thai Restaurant


เดือนพฤศจิกายนกำลังจะผ่านไปเพื่อต้อนรับเดือนสุดท้ายของปีที่มีวันพิเศษ ๆ มากมายให้เลือกเฉลิมฉลอง แต่สำหรับวันสำคัญที่สุดซึ่งลูก ๆ จะปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้ นั่นก็คือวันพ่อนั่นเอง We Recommend จึงได้เตรียมร้านอาหารไทยสุดพิเศษทั้งในเรื่องรสชาติและบรรยากาศ เพื่อให้ทุกคนมีช่วงเวลาดี ๆ กับคุณพ่อและคนในครอบครัวค่ะ
ร้านที่หมายของเราในวันนี้ตั้งอยู่ในโรงแรมเดอะสยาม บูติกโฮเทลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตกแต่งแบบไทยผสมผสานกับสไตล์ Art Deco เน้นโทนสีขาวดำ เดินผ่านล็อบบี้โปร่งสบายตาไปยังด้านหลังของโรงแรมซึ่งเป็นที่ตั้งของ ห้องอาหารช้อน ในบริเวณเรือนไทยโบราณ 3 หลังเชื่อมถึงกัน แต่ละห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และของเก่าสะสมดูคลาสสิก ขณะที่ใต้ถุนเรือนเปิดกว้างมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาในมุมที่ไม่พลุกพล่านนัก ทั้งให้ความผ่อนคลายและเงียบสงบเหมือนเวลาเดินเข็มช้าลง

A Warmly Moment on Riverside
ที่นี่มีเมนูอาหารไทยพื้นเมืองแบบง่าย ๆ เน้นปรุงให้ได้รสชาติตามแบบฉบับเดิม เพื่อคงเอกลักษณ์ของแต่ละจานไว้ครบถ้วนอย่าง แกงฮังเลหมู (400++ บาท) ใช้หมูดำคุโรบูตะหมักพริกแกงและเครื่องเทศจนหอมนุ่ม ปรุงรสน้ำมะขามเปียก กระเทียมดองและขิง ช่วยตัดความมันของกะทิได้ดี, ข้าวซอยไก่ (320++ บาท) เนื้อไก่เปื่อยนุ่มกับน้ำกะทิหอมมันทานกับเส้นหมี่กรอบ ๆ อร่อยเข้ากัน อีกจานเป็น สลัดเป็ดทอด (350++ บาท) เป็ดย่างทอดกรอบโรยหน้าผักสมุนไพร กะหล่ำปลีหั่นฝอย ราดด้วยซอสมะขามอมเปรี้ยวอมหวานแบบไทย ๆ ผัดกะเพราไข่เยี่ยวม้า (420++ บาท) เมนู Street Food ที่ชาวต่างชาตินิยมมาก ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ เข้ากันที่สุดค่ะ
ทานอาหารเสร็จก็ต้องตบท้ายด้วยของหวาน แนะนำ วุ้นกุหลาบ (250++ บาท) พุดดิ้งครีมกลิ่นกุหลาบท็อปเจลลี่มะนาวรสเปรี้ยวหวานหอมชื่นใจ เสิร์ฟพร้อมข้าวพองและน้ำเชื่อมแตงโม หรือจะลองสมูทตี้ผลไม้ไทยก็มี Coconut Mango Crush (240++ บาท) ผสมมะม่วง มะพร้าว และสับปะรด เสิร์ฟในลูกมะพร้าว และ Lychee Freezer (240++ บาท) น้ำลิ้นจี่ผสมน้ำทับทิม มะนาว และสไปรท์ หอมเย็นสดชื่นจริง ๆ ค่ะ
หลังมื้ออาหารพิเศษ แนะนำให้พาคุณพ่อเดินเล่นชมวิวบริเวณริมน้ำ หรือขอให้พนักงานพาชมภายในโรงแรมซึ่งตกแต่งสวยงามพร้อมของสะสมโบราณคล้ายพิพิธภัณฑ์ย่อม ๆ ก็ดีไม่น้อยนะคะ ห้องอาหารช้อนเปิดให้บริการ 2 เวลาคือ 12.00 - 15.00 น. และ 18.00 - 22.30 น. สะดวกไปช่วงเวลาไหนก็แนะนำให้โทรจองล่วงหน้านะคะ ที่เบอร์ 02-206-6999

Recommended Dishes
แกงฮังเลหมู
ข้าวซอยไก่
สลัดเป็ดทอดผัด
กะเพราไข่เยี่ยวม้า
วุ้นกุหลาบ
Coconut Mango Crush
Lychee Freezer
คุยกับ "ห้องอาหารช้อน""ช้อน"
คือห้องอาหารไทยภายในโรงแรมเดอะสยาม บูติกโฮเทลน้องใหม่บนทำเลสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือโรงแรมของครอบครัวสุโกศล และด้วยความเอาใจใส่ทุกรายละเอียดการตกแต่งภายในของ คุณน้อย กฤษดา สุโกศล แคลมป์ จึงทำให้โรงแรมสวยที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อกลางปีที่ผ่านมาแห่งนี้ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติค่ะ
ที่ตั้ง: The Siam Hotel ถนนขาว แขวงวชิรพยาบาล ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
โทร: 02-206-6999
เว็บไซต์ :http://www.thesiamhotel.com
เวลาเปิดบริการ : ทุกวันเวลา 12.00-15.00 น. 18.00-22.30 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ:501-1,000 บาทต่อคน
บัตรเครดิตที่รับ:Visa, Master Card, American Express
สัญชาติอาหาร:ไทย
ประเภทอาหาร:พื้นเมือง, น้ำผลไม้, ค็อกเทล-ม็อกเทล
รูปแบบการให้บริการ:ในโรงแรม, ริมแม่น้ำ ล่องเรือ
เหมาะสำหรับ:ครอบครัว, จัดเลี้ยงโอกาสพิเศษ
ที่จอดรถ:บนอาคาร
facebook Page:http://www.facebook.com/TheSiam