วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

5 ที่เที่ยวอันซีน เมืองกาญจนบุรี


1. สะพานลูกบวบ  อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี



อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หลังจากที่สะพานไม้ (สะพานมอญ) หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ พังถล่มลงมาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ชาวบ้านจึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสะพานลูกบวบขึ้นมา เพื่อทดแทนสะพานไม้ที่ขาดจากกันและใช้เป็นแพชั่วคราวสำหรับการสัญจรข้ามแม่น้ำซองกาเรียระหว่างรอการซ่อมแซมสะพานไม้ของชุมชน  ทำให้วันนี้สะพานลูกบวบได้กลายเป็นที่เที่ยวแห่งใหม่ของสังขละบุรี ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องหาโอกาสเดินทางชมสะพานไม้แพลูกบวบ และเดินพิชิตผิวน้ำข้ามฝั่งบนแพลูกบวบกันให้ได้สักครั้ง

2. ด่านเจดีย์สามองค์  อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี



ด่านเจดีย์สามองค์ ชายแดนที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดกาญจนบุรีของไทยกับเมืองพญาตองซูของพม่า ด่านเจดีย์สามองค์มีความสำคัญในอดีตเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเส้นทางการเดินทัพที่พม่าใช้เดินทางผ่านเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นแหล่งขายสินค้าของฝากของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาชอปกันสักครั้ง

3.เมืองบาดาล อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี



เมืองบาดาลแห่งนี้ในอดีต คือวังก์วิเวการาม (เดิม) วัดประจำหมู่บ้านมอญที่จมอยู่ใต้น้ำหลังการสร้างเขื่อนเขาแหลมเพื่อใช้สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า หากไปในช่วงเดินพฤศจิกายน-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงน้ำในเขื่อนลดลงมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปไหว้พระ ชมกำแพงโบสถ์ และถ่ายรูปกับเจดีย์หอระฆังได้อย่างจุใจ แต่หากไปในช่วงนํ้าขึ้นเต็มเขื่อน ประมาณเดือนมิถุนายน- ตุลาคม วัดแห่งนี้จะจมน้ำจนเกือบมิด นักท่องเที่ยวจะมองเห็นตัววัดที่โผล่พ้นเพียงเล็กน้อยจากบนเรือเท่านั้น

4.ปราสาทเมืองสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี



ปราสาทเมืองสิงห์  อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นศาสนสถานโบราณ สร้างด้วยศิลปะขอมแบบบายนแห่งเดียวในภาคตะวันตกของประเทศไทย

5. โบสถ์แสตนเลส อ.ศรีสวัสดิ์ จ. กาญจนบุรี



ล่องเรือสุดสายน้ำค้นหาโบสถ์และพระพุทธรูปมหัศจรรย์ทำจากสแตนเลส โบสถ์แสตนเลส อ.ศรีสวัสดิ์ แหล่งท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่ ที่สร้างสรรค์จากแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก่อเกิดเป็นพระอุโบสถแสตนเลสหนึ่งเดียวในโลก ตั้งอยู่ทางตอนบนสุดของทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ณ วัดปากลำขาแข้ง ต.เขาโจด เดินทางเข้าถึงได้ด้วยทางเรือเท่านั้น ภายในบริเวณวัดยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างจากแสตนเลสอีกด้วย (สถานที่ตั้ง วัดปากลำขาแข้ง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

ตลาดน้ำตลิ่งชัน อร่อยทุกเจ้า เด็ดทุกร้าน!!


ตลาดน้ำตลิ่งชัน อยู่บริเวณริมฝั่ง "คลองบางขุนศรี" หรือคนทั่วไปมักเรียกว่า "คลองชักพระ" ยังคงบรรยากาศ และวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ ชาวบ้าน วัด บ้านทรงไทย ทั้งแบบเก่า และ แบบประยุกต์ ร้านค้า เรือขายของ สองฝั่งแวดล้อมด้วยสวนกล้วยไม้ สวนผักและผลไม้พื้นบ้าน อาทิ กระท้อนห่อ ขนุน มะปรางไข่ มะม่วง เป็นต้น



ตลาดน้ำตลิ่งชัน เป็นตลาดกึ่งชนบท ผสมผสานระหว่างชีวิตริมน้ำกับธรรมชาติ ตลาดมีเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ เท่านั้น โดยประมาณ 07.00 น. พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งก็คือ ชาวสวนในพื้นที่จะเริ่มนำผลผลิตจากสวน ซึ่งมีทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ผลไม้ ปลา และสัตว์น้ำต่างๆ มาจำหน่ายเหมือนตลาดสดทั่วไป เพียงแต่ผลผลิตเหล่านี้ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และวิถีชีวิตชาวสวน

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารบนแพริมน้ำ ซึ่งมีอาหารไทยและขนมหวานหลากหลายชนิด งานหัตถกรรมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน การจัดทัวร์ทางน้ำท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตริมคลอง และฟังดนตรีไทยที่จะมาบรรเลงเพลงในวาระโอกาสพิเศษต่างๆ

เกาะมันกลาง เที่ยวพักผ่อนแสนสงบ น้ำใสๆ หาดทรายขาวจั๊ว!!!







อากาศร้อนๆ อย่างนี้ หากนึกถึงการท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน หลายคนคงพาหัวใจล่องลอยไกลไปถึงทะเลสวย ฟ้าใส หาดทรายขาว มาเติมเต็มความสดชื่นกันแบบเต็มอิ่ม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ภูมิภาคตะวันออก จึงได้นำทีมสื่อมวลชนและ สนุก! ท่องเที่ยว ที่ร่างกายต้องการทะเลพาไปสัมผัสความสวยงามของหมู่เกาะทะเลตะวันออกกันแบบจุใจ ที่ เกาะมันกลาง และ เกาะมันใน จังหวัดระยอง พร้อมกับทริปสนุกๆ ตามโครงการ "เที่ยวไทยตามรอยพระราชดำริ" ณ โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

แต่ก่อนจะขึ้นไปเที่ยวบนเกาะ เรามาทำความรู้จักกับข้อมูลของเกาะเหล่านี้สักนิดกันก่อนดีกว่า  เกาะมันกลางและเกาะมันใน เป็นส่วนหนึ่งของ หมู่เกาะมัน ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เมื่อเรามองจากชายฝั่งแหลมแม่พิมพ์จะมองเห็นเกาะสามเกาะเรียงกัน เกาะที่อยู่ใกล้ชายฝั่งมากที่สุด คือ เกาะมันใน ถัดออกไป คือ เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก

สำหรับทริปนี้เราจะขึ้นไปเที่ยวเกาะมันในกันก่อน เกาะมันใน นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมความสวยงามของสถานีเพาะพันธุ์เต่าทะเลที่ดูแลโดยกรมประมงได้ตั้งแต่เวลา 8.00 - 17.00 น. บนเกาะมีพิพิธภัณฑ์เต่าทะเลและเจ้าหน้าที่ใจดีที่คอยให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวด้วย รอบๆ ยังมีบ่อเพาะเลี้ยงลูกเต่าทะเล และพ่อแม่พันธุ์เต่าทะเลหลายสายพันธุ์ทั้งเต่ากระ เต่าตนุ ให้เราชมความน่ารักแบบใกล้ชิดอีกด้วย ส่วนใครเล่นน้ำคลายร้อนรอบๆ เกาะยังเป็นแหล่งดำน้ำดูประการังที่สวยงาม แต่เขาไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน ต้องมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับเท่านั้น

เมื่อเที่ยวชมเกาะมันในแบบจุใจแล้ว พวกเรานั่งเรือประมงลำใหญ่ไปยังเกาะมันกลาง ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เพื่อไปพักค้างคืนและสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ บนเกาะมันกลางมีรีสอร์ทเพียงแห่งเดียว นั่นคือ มันตาคีรี ไอส์แลนด์ รีสอร์ทที่นักท่องเที่ยวผู้รักทะเลหลายคนใฝ่ฝันจะไปเยือนกันสักครั้ง

เกาะมันกลาง มีหาดทรายขาวนวลทอดยาวสะอาดตา มีทะเลแหวก ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทอดน่องชมวิวสวยๆ รอบเกาะได้ ส่วนด้านหน้าของรีสอร์ทจะมีโค้งหาดทรายเล็กๆ เป็นที่ตั้งที่พักในบรรยากาศแอบอิงธรรมชาติ สำหรับที่ชอบเที่ยวทะเลสงบๆ ผู้คนไม่พลุกพล่าน แต่ความขอความสบายมากหน่อย มาที่นี่ถือว่าไม่ลำบาก กับการเดินทางมาพักผ่อนอย่างเต็มที่ท่ามกลางสายลม แสงแดด และน้ำทะเลใสแจ๋ว

พูดง่ายว่าๆ เดินจากที่พักไม่ถึงสิบเก้าเท้าก็สัมผัสกับผืนทรายและทะเลแบบเต็มๆ และด้วยความที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ที่นี่จึงไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา แต่ทางรีสอร์ทได้อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยระบบปั่นไฟฟ้าใช้ภายในเกาะ มีการเปิดแอร์ให้ใช้เฉพาะตอน 5 โมงเย็น ปิดตอนราวๆ 7 โมงเช้า และมีการลำเลียงน้ำจืดจากบนฝั่งมาให้นักท่องเที่ยวได้ใช้กัน และความน่าสนใจของเกาะมันนอกอีกอย่างก็คือ ทะเลโดยรอบๆ เกาะเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำเลยทีเดียว

เอาเป็นว่าใครสนใจอยากใกลชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ก็สามารถติดต่อซื้อแพ็กเก็จทัวร์มาเที่ยว เกาะมันกลาง ได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 08 7992 1999, 08 7921 7555, หรือ 0 3865 7232 หรือคลิกดูรายละเอียดการเดินทางและราคาแพ็กเกจได้ที่ www.mantakiri.com

ขอขอบคุณ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคตะวันออก

แล้วคุณจะหลงรัก 10 ที่เที่ยวยอดฮิตช่วงปีใหม่


ช่วงปลายปีนี้อากาศหนาวกำลังได้ที่ แถมมีวันหยุดยาวตั้งหลายวัน สนุก! ท่องเที่ยว จึงคัดสรรที่เที่ยวแบบชิลล์ๆ มาให้เพื่อนๆ เลือกไปรับลมหนาวกันแบบสะใจถึง 10 แห่งเลยทีเดียว



1.ภูเรือ "ยอดภูที่หนาวที่สุดในเมืองไทยบนเทือกเขารอยต่อเหนือ - อีสาน สัมผัสแม่คะนิ้งและทุ่งดอกไม้ที่รายล้อมด้วยทะเลภูเขา" ใครที่ชอบอากาศหนาวจัดและอยากชมแม่คะนิ้งขอแนะนำอุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย เป็นเทือกเขาสูงอากาศเย็นตลอดปี มีดอกไม้นานาพันธุ์สลับกันออกดอกให้ชมทั้งปี และในหน้าหนาวจะมีแม่คะนิ้ง ซึ่งเกิดจากการที่น้ำค้างบนยอดหญ้าจับตัวกันจนเป็นน้ำแข็ง



2.ขุนวาง "สู่เส้นทางสายซากุระเมืองไทย ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงที่ปกคลุมด้วยดอกไม้เมืองหนาวนานาพรรณ" ถ้าคุณเป็นคนชอบถ่ายรูปกับสวนดอกไม้ไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)เป็นโครงการหลวงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดอยอินทนนท์ปกคลุมด้วยอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นแปลงสาธิตและวิจัยพืชเมืองหนาวหลายชนิด ในเดือนมกราคมของทุกปีจะมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานตลอดรายทางสวยงาม



3.สะเมิง "แหล่งรวมการท่องเที่ยวทางเลือก เมืองสวรรค์ที่ซ่อนเร้น และไร่สตรอเบอร์รี่แสนหวานในม่านหมอก" แม้จะไม่โด่งดังเท่ากับอำเภอปายแต่ที่นี่ก็มีของดีที่คนไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนไม่ควรพลาด อำเภอสะเมิงตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเชียงใหม่ ใก้ลกับปาย ของแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่เป็นทิวเขาสูง เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีไร่สตรอเบอร์รี่จำนวนมาก



4.เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ "แหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนใจกลางกรุง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ครบทุกสิ่งทั้งช้อป ชิม ชิลล์" ถ้าไม่อยากไปไหนไกลจากกรุงเทพ ลองขับรถมาเที่ยวที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตั้งอยู่ตรงข้าม เจริญกรุง 93 รวบรวมร้านค้าถึง 1,500 ร้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน



5.ไหว้พระ 9 วัด (ภาคกลาง) "เริ่มศักราชใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล ท่องเที่ยวพร้อมไหว้พระ ทำบุญตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา" ทริปสบายๆ ที่ไปกันได้ทั้งครอบครัวเพื่อเสริมสิริมงคล เริ่มต้นสิ่งดีในปีใหม่ เนื่องด้วยภาคกลางมีวัดจำนวนมากที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน ซึ่งสะดวกในการเดินทางทั้งท่องเที่ยวและทำบุญ และหลายๆ วัดมีจุดเด่นและมีประวัติที่สำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น อยากรู้ว่าคุณจะไปไหว้พระวัดไหนถึงจะเสริมสิริมงคลให้เหมาะกับราศีของตัวเอง ลองค้นหาคำตอบได้ที่นี่



6.บางปู "สถานตากอากาศใกล้กรุง แหล่งพักผ่อนทั้งครอบครัว ชมนก ชมน้ำและร้านอาหารทะเล" ไม่เน้นหนาว ไม่เน้นดอกไม้ แต่เน้นกินอาหารทะเลอร่อยๆ ต้องที่นี่ สถานตากอากาศบางปูตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จ.สมุทรปราการ เป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานาน เป็นศูนย์รวมการพักผ่อนหย่อนใจหลายรูปแบบทั้งร้านอาหาร ที่พัก และมีฝูงนกนางนวลอพยพมาหากินตามชายทะเลเป็นจุดเด่น



7.แก่งกระจาน "ทะเลหมอกใกล้กรุง มหัศจรรย์ป่าตะวันตก สุดยอดจุดหมายปลายทางของคนรักแคมปิ้ง" ใครชอบวิวสุดลูกหูลูกตา กับทะเลหมอกสวยๆ ยามเช้าต้องลองไปเที่ยวที่พะเนินทุ่ง ทุ่งหญ้ากว้างบนยอดเขาสูง ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีอากาศเย็นและมีทะเลหมอกทั้งปี มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งธรรมชาติและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด



8.เชียงคาน ไปใช้ชีวิตแบบช้าๆ เช้าๆ ตื่นมาตักบาตรข้าวเหนียว แล้วไปชมทะเลหมอกที่ภูทอก กลับมาเดินเล่นที่ถนนคนเดิน ช้อปปิ้งของฝาก ชิมของอร่อยขึ้นชื่ออย่างข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ไข่กะทะ ปาท่องโก๋มีใส้ และอื่นๆ อีกมากมาย หรือจะไปชมพระอาทิตย์ตกที่ริมแม่น้ำโขง ความสุขแบบนี้หาได้ที่นี่ "เชียงคาน"



9.เชียงใหม่ ชวนคุณแม่ขึ้นเหนือสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ดอยอินทนนท์ แล้วไปไหว้พระกันต่อที่พระธาตุดอยสุเทพ ลงจากดอยมาแวะชมความน่ารักของบรรดาสัตว์แสนรู้ ทั้งเพนกวิน หมีแพนด้า และช้างน้อยแสนน่ารัก ปิดท้ายทริปด้วยการเพลิดเพลินที่ถนนคนเดิน รับรองว่าคุณต้องประทับใจแน่นอน


10.สวนผึ้ง เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดราชบุรี และตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นิดเดียว จะขับรถไปเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับ หรือจะไปนอนค้างสักคืนสองคืนก็มีความสุขไม่เบาเลยทีเดียว เพราะครบครันด้วยที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา และความเงียบสงบของธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักเดินทาง ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนเติมพลังชีวิตในช่วงวันหยุด

ตลาดน้ำลำพญา แหล่งรวมของอร่อยนครปฐม



ไปเที่ยวนครปฐม ลองแวะไป "วัดลำพญา" ที่นี่มีตลาดน้ำบรรยากาศสบายๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี ให้นักท่องเที่ยวได้มาหาของกินอร่อยๆ กันแบบจุใจละลานตา ตลาดน้ำลำพญาเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ของใช้จะมีขายเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่นั้นจะหนักไปทางอาหารการกินเสียมากกว่า ตลาดแบ่งออกเป็นสองส่วน คือบนฝั่งและบนแพ โดยที่บนฝั่งนั้นจะเน้นประเภทวัตถุดิบ แต่ในแพนั้นจะเน้นไปทางร้านอาหารและของกินสารพัดอย่าง มีแม่ค้าพายเรือมาเหน็บอยู่ตามรอยต่อของแพ ขายของกินพื้นบ้านหลากหลายชนิด ลมพัดเย็นสบายตามแบบฉบับของแม่น้ำสายใหญ่ นั่งกินอาหารกันเพลิดเพลินจนแทบไม่อยากจะลุก บนแพนี้ก็จะมีบริการล่องเรือนำเที่ยวชมลำน้ำนครชัยศรี สนใจนั่งเรือเล่นรับลมก็ซื้อบัตรซื้อตั๋วลงเรือกันได้

ช่วงเที่ยงของวันจะมีผู้คนคึกคักมากที่สุด ที่จอดรถดูจะน้อยเกินไปสักหน่อย (แม้ว่าปกติจะเยอะก็ตาม) ดังนั้นถ้ามาถึงก่อนเที่ยงได้ก็จะเป็นการดี สิ่งที่เด่นสำหรับตลาดแห่งนี้ก็คือ ผักและผลไม้นานาชนิดที่เป็นแบบปลอดสารพิษ ราคาไม่แพง ปลูกแล้วนำมาขายโดยเกษตรในพื้นที่ สดจากสวนจากท้องร่องโดยไม่ผ่านคนกลางให้ราคาขยับสูง ที่สำคัญคนในตลาดนี้ขยันยิ้มกันมาก อัธยาศัยดียิ้มกันเก่งทุกคน

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สถานที่ถ่ายรูปปีใหม่ที่คุณห้ามพลาด!

“Amarin Green Factory By น้ำทิพย์” โรงงานสีเขียวที่ปล่อยแต่พลังงานสะอาด พลังความสุขออกมาต้อนรับปี 2014 หน้าตึกอัมรินทร์
มีกระถางต้นไม้ใหญ่ที่มีขวดน้ำทิพย์ใหญ่ให้น้ำอยู่ พร้อมกับมีช้อนพรวนดินที่ลำเลียงเมล็ดดอกไม้หลากสีลงในกระถาง น้องหมีสัญลักษณ์ของตึกอัมรินทร์ก็ถูกแปลงโฉมซะน่ารักเลย พร้อมถือต้นน้ำทิพย์ด้วย บรรยากาศน่ารักๆ แถมรักษ์โลกแบบนี้เหมาะกับควงแขนแฟนมาเที่ยวชมมากที่สุด โดยเฉพาะ สาวๆห้ามพลาด!! มาถ่ายรูปโพสท่าอัพลง IG อัพลง Facebook กันให้เต็มที่เลย ปีใหม่ 2014 อากาศเย็นๆ แบบนี้อย่าลืมมาถ่ายรูปกันที่ “Amarin Green Factory By น้ำทิพย์” โรงงานพลังงานรักษ์โลก กันนะครับ เครื่องจักรกำลังทำงานปล่อยความสุขอยู่เลย ^









5 ผับสุดชิคในกรุงเทพฯ

ไปลั้ลลาหลังเลิกงานกับ 5 ผับใจกลางเมือง ที่จัดเต็มทั้งความสนุก และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตามไปเที่ยวแล้วก็เมาไม่ขับนะครับ จะได้เที่ยวแบบสนุกและปลอดภัยด้วย



1. Muse มิวส์ แหล่งแฮงค์เอ้าท์สุดฮอตในย่านทองหล่อที่นักท่องราตรีรู้จักกันเป็นอย่างดี ร้านนี้นอกจากมีโซนผับให้แดนซ์กระจายแบบสนุกสุดเหวี่ยงกันด้านล่างแล้ว บนดาดฟ้าชั้นสามยังมีบาร์ให้นั่งดินเนอร์ฟังเพลงเบาๆ ตลอดทั้งคืนอีกด้วย

ที่ตั้ง: 159/8 ซอยทองหล่อ 10 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ

เปิดทุกวัน เวลา 18.00 - 02.00 น.

โทร. 02-715-0998, 089-988-5995



2. ลิซึ่ม (Lizm) ผับแนวสบายๆ ที่ชวนให้คุณสนุกสนานไปกับเสียงเพลง ทั้งแบบเล่นสด สลับเปิดแผ่น ด้านในร้านแบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน คือโซนดนตรีสด และโซนฮิปฮอป แถมบางวันยังมีเพลงสกามาเล่นให้ฟังแบบสนุกสนานด้วย ร้านนี้ถ้าใครชอบความสนุกสนานแนะนำให้จองโต๊ะด้านล่าง แต่ถ้านั่งนั่งฟังเพลงแบบชิลล์ๆ เลือกนั่งข้างบนจะเพลินกว่า

ที่ตั้ง: รัชดาภิเษก 74 ถนนรัชดาภิเษก แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

เปิดทุกวัน 18.00-01.30 น.

โทร.0-2913-9880-1



3.ฟังกี้ วิลล่า (Funky Villa) ที่นี่ครบสูตรด้วยความสนุกและบรรยากาศ นอกจากออกแบบตัวร้านเป็นสไตล์บ้านพักสุดชิคแล้ว ฟังกี้ วิลล่า (Funky Villa) ยังเป็นแหล่งชุมนุมทางแฟชั่นที่ทุกคนมาร้านนี้ต้องแต่งตัวประชันกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช เหมาะสำหรับนักดื่มที่ชอบความทันสมัย และสีสันความสนุกแบบเต็มๆ

ที่ตั้ง: ทองหล่อ ซอย 10 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ

เปิดทุกวัน 19.00-02.00 น.

โทร.085-253-2000



4.เอสโคบาร์(Escobar) เป็นผับสุดชิคที่มีลูกค้ามาอุุดหนุนความสนุกกันแน่นร้านเกือบทุกวัน อยู่ในโซนเดียวกับร้านนั่งเล่น วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี ทางร้านจะเน้นดนตรีฟังแบบสบายๆ  ส่วนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะเน้นเพลงสนุกสนานคึกคัก ทั้งฮิปฮอป อาร์แอนด์บี ฯลฯ ให้แดนซ์กันแบบกระจาย

ที่ตั้ง: สุขุมวิท 63 (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ

เปิดทุกวัน 18.00 - 02.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

โทร.02-711-6564




5.รูท 66 (Route 66) ผับดังในตำนานย่าน RCA ที่ได้รับการขนานนามเป็น "The most popular club in Thailand" รูท 66 (Route 66) แบ่งโซนตามความชอบของนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น smoking zone สำหรับคนไม่ชอบควันบุหรี่ โซน The Level สำหรับสาวกฮิปฮอป โซน The Classic สำหรับคนชอบฟังเพลงสบายๆ โซน The Novel สำหรับขาแด็นซ์สุดฤทธิ์ และ โซน Route South สำหรับหนุ่มสาวโซเชียลเน็คเวิร์ค เพราะมี Wi-Fi บริการฟรีตลอดทั้งคืน

ที่ตั้ง: พระราม 9 RCA ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ

เปิดทุกวัน 20.00-02.00 น.

โทร.02-2030936, 081-4409666

สนับสนุนเนื้อหาโดย Ford Ecosport

ญี่ปุ่น คว้าแชมป์ประเทศยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไทย

Skyscanner เปิดเผยว่า จากข้อมูลการค้นหาตั๋วเครื่องบินของคนไทย พบว่า ญี่ปุ่น เป็นประเทศยอดฮิตอันดับหนึ่งของคนไทย ตามด้วย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร จีน และเกาหลีใต้
     
       Skyscanner เว็บไซต์ค้นหาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และรถเช่าชั้นนำของโลกเปิดเผยว่า จากข้อมูลการค้นหาตั๋วเครื่องบินของคนไทยผ่าน Skyscanner ในปี 2556 นักท่องเที่ยวชาวไทยหลงเสน่ห์ดินแดนแห่งปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น จนกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ชาวไทยเลือกไปเยือนมากที่สุดในปี 2556
     
       สำหรับความนิยมของประเทศญี่ปุ่นนั้นแพร่หลายไปทุกกลุ่มในบรรดานักท่องเที่ยวไทย เพราะเป็นจุดหมายปลายทางที่ถูกค้นหามากที่สุดทั้งในกลุ่มครอบครัวและกลุ่มคนโสดด้วย
     
       นอกจากนี้ โตเกียว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ยังถูกค้นหามากที่สุดจากบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลก ในขณะที่โอซาก้าได้ไต่อันดับขึ้นเป็นเมืองยอดนิยมได้อย่างรวดเร็ว โดยคว้าอันดับ 7 ใน 10 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยม
     
       นางสาวภพปภา อารีรัตน์ ผู้จัดการพัฒนาตลาดประเทศไทยของ Skyscanner กล่าวว่า “หากดูจากข้อมูลการค้นหาตั๋วเครื่องบินแล้ว ญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นดาวเด่นของวงการนักท่องเที่ยวไทยในปี 2556 เลยก็ว่าได้ และก็ดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มเป็นแบบนี้ต่อไปอีก”
     
       “หากเทียบกับประเทศอื่นแล้ว นอกจากประเทศญี่ปุ่นจะอยู่ใกล้เมืองไทยแล้ว ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกวัยด้วย เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย และมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น ย่านช้อปปิ้ง ย่านอาหาร วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม วัดเก่าแก่ และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิงยอดฮิตอย่างดิสนีย์แลนด์และยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ และที่สำคัญเลย อากาศที่นั่นจะเย็นกว่า ซึ่งคนไทยน่าจะชอบกันมาก”



นางสาวภพปภากล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “จริงๆ แล้วยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ อีกที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศยอดนิยมอันดับหนึ่ง ที่เห็นได้ชัดเลยคือการยกเว้นวีซ่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และค่าเงินที่อ่อนตัวลงด้วย”
       ประเทศเกาหลีใต้ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยวัยหนุ่มสาว
     
       “กรุงโซลในประเทศเกาหลีใต้เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอันดับ 2 ในบรรดานักท่องเที่ยวไทยวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรากฏการณ์ K-Pop หรือเกาหลีฟีเวอร์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากเกาหลีใต้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม อาหาร ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ นักร้องและวงดนตรีที่ได้กวาดต้อนวัยรุ่นไทยเป็นจำนวนมากเข้าไปอยู่ในสังกัดแฟนคลับศิลปินเหล่านั้นเป็นที่เรียบร้อย” นางสาวภพปภาเสริม
     
       นอกจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร จีน และเกาหลีใต้ก็ขึ้นชาร์ตเป็นจุดหมายปลายทางสุดฮิตตามลำดับสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย
     
       ส่วนเมืองยอดนิยมนั้นคงหนีไม่พ้นเมืองโตเกียว ตามมาด้วยกรุงลอนดอน สิงคโปร์ กรุงโซล และฮ่องกง สำหรับช่วงเวลาที่คนไทยมักจะเดินทางไปต่างประเทศนั้น พบว่าเดือนสิงหาคมเป็นช่วงเวลาที่มีคนไทยเดินทางมากที่สุด

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
     
       สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com

“สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ชวนชมดอกซากุระญี่ปุ่นแท้บานเยอะที่สุดในเมืองไทย


สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ชวนชมซากุระญี่ปุ่นบานสะพรั่งภายในสถานี ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงมกราคมของทุกปี ซึ่งที่นี่นับเป็นที่รวบรวมต้นซากุระญี่ปุ่นที่ออกดอกไว้จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย
     
       สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ชวนชมดอก"ซากุระญี่ปุ่น"ออกดอกเบ่งบานเป็นจำนวนมากรับฤดูหนาว ในขณะเดียวกันก็มี “ดอกนางพญาเสือโคร่ง” หรือ “ซากุระเมืองไทย” ออกดอกบานไปพร้อมๆกัน

“สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ชวนชมดอกซากุระญี่ปุ่นแท้บานเยอะที่สุดในเมืองไทย

       ซากุระ(Cherry Blossom) เป็นไม้ยืนต้นประเภทผลัดใบ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้นำต้นพันธุ์มาจากประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2540) และจากประเทศไต้หวัน (เมื่อปี 2551) ซึ่งทั้งสองประเภทเป็นไม้ในตระกูลเดียวกันกับต้นพีช(ท้อ) และดอกนางพญาเสือโคร่งมีลักษณะดอกคล้ายกัน ดอกจะมีทั้งสีชมพูเข้มและชมพูอ่อน

“สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ชวนชมดอกซากุระญี่ปุ่นแท้บานเยอะที่สุดในเมืองไทย

       ปัจจุบันภายในสถานีเกษตรอ่างขางปลูกต้นซากุระญี่ปุ่นและเชอรี่ไต้หวันไปแล้วกว่า 700 ต้น พื้นที่ที่ปลูกต้นซากุระได้ดีคือต้องความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงมกราคมของทุกปี ดอกซากุระจะออกดอกให้ได้ชุมตามจุดต่างๆ ซึ่งปัจจุบันสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ถือเป็นที่รวบรวมต้นซากุระญี่ปุ่นที่ออกดอกไว้จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย

“สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ชวนชมดอกซากุระญี่ปุ่นแท้บานเยอะที่สุดในเมืองไทย

       สำหรับสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นโครงการหลวงแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่ทดลอง ค้นคว้า และวิจัยพืชผัก ผลไม้ และไม้ดอกเมืองหนาว บนพื้นที่ที่มีอากาศเย็นตลอดปี เนื่องจากมีความสูงเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร มียอดสูงสุด 1,928 เมตร

“สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ชวนชมดอกซากุระญี่ปุ่นแท้บานเยอะที่สุดในเมืองไทย

       นอกจากดอกซากุระญี่ปุ่นแล้ว ภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางยังมีจุดน่าสนใจต่างๆ อาทิ สวน แปดสิบ,อาคารไม้ดอกเมืองหนาว,โรงเรือนแปลงกุหลาบ,สวนรับเสด็จ, สวนหอม,สวนกุหลาบอังกฤษ, สวนบอนไซ,แปลงไม้ผลเมืองหนาว เป็นต้น
     
       ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร. 0-5345-0077

ชวนอร่อยในงาน “วันไก่ย่าง ขั่วหมี่โคราช”


หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชวนร่วมงานหอการค้าโคราชแฟร์และเทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้ง 8 “วันไก่ย่าง ขั่วหมี่โคราช” ในระหว่างวันที่ 25 - 29 ธันวาคม 2556 ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีโคราช ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
     
       นายสุหฤทธิ์ ชาญวนังกูร ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานนครราชสีมา เผยว่า หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการจัดงานเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้กิจกรรม เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช มาอย่างต่อเนื่องซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 8 โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การนำอาหารย่างชื่อดัง จากทั่วประเทศ ทั้งอาหารทะเลจากภาคตะวันออก และสุดยอดอาหารย่างจากจังหวัดต่างๆ มาให้ได้เลือกซื้อ และเลือกชิม
     
       มีโต๊ะอาหารจัดเตรียมได้นั่งรับประทานอาหารกว่า 500 โต๊ะ ซุ้มการแสดงสินค้าที่หลากหลายกว่า 300 ซุ้ม และแบ่งเป็น โซนต่างๆ เช่น โซนไก่ย่างโคราช โซนขั่วหมี่โคราช โซนอาหารย่าง โซนแฟกตอรีเอาต์เล็ต (สินค้าจากโรงงาน) และโซนสินค้า ของดีราคาถูก โดยเฉพาะโซนไก่ย่าง และโซนขั่วหมี่โคราช เป็นการรวบรวมร้านไก่ย่าง และร้านผัดหมี่โคราชชื่อดังของจังหวัดนครราชสีมา มากกว่า 10 ร้านค้ามาไว้ด้วยกัน ซึ่งไก่ย่าง และผัดหมี่ถือเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงเรื่องความอร่อย และเป็นเอกลักษณ์ของชาวโคราชมายาวนาน โดยบรรยากาศภายในงานเป็นการตกแต่งสถานที่แบบโบราณย้อนยุค ให้ผู้ที่มาชมงานได้นึกถึง การค้าขายในยุคสมัยก่อน นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงโชว์ แสง สี เสียง สุดอลังการ และการแสดงของศิลปินชื่อดัง อีกมากมาย
     
       ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ยังได้จัดเตรียมบูธจำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการต่างๆกว่า 30 ซุ้ม ให้ได้นำสินค้าของตัวเองมาจำหน่ายโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการอีกทางหนึ่ง
     
       ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ 0 4429 6121-3 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในวัน และเวลาราชการ และที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) โทรศัพท์ 0 4431 3030, 0 4421 3666

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
     
       สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เปิดรีสอร์ทหรูริมแม่น้ำของนักร้องหนุ่มสุดเซอร์ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์

ที่นี่เป็นหนึ่งในรีสอร์ทยอดนิยมของนักเดินทางชาวต่างชาติที่มาเยือนกรุงเทพฯ และมีเจ้าของเป็นนักร้องหนุ่มสุดหล่อ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ ลูกชายคนโตของ ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ นั่นเอง



จักรพงษ์วิลล่า ในอดีตเป็นวังเก่าแก่สมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลของหม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ ปัจจุบันวังแห่งนี้ได้เปิดต้อนรับให้นักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสกับประวัติศาสตร์อันงดงามและแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นที่พักสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว บ้านไทยริมน้ำของที่นี่ได้รับการตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย บ้านสองชั้นตกแต่งใหม่ให้มีกลิ่นอายความเป็นจีน และบ้านหลังล่าสุดที่เปิดให้เข้าพักเคยเป็นที่อยู่ของ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ ห้องพักทุกห้องครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย อาทิ ฝักบัว, พื้นที่นั่งเล่น, เสื้อคลุมอาบน้ำ, เครื่องชงกาแฟ/ชา, ห้องน้ำรวม รวมทั้งกิจกรรมนันทนาการสุดพิเศษมากมาย เช่น ห้องฟิตเนส, สระว่ายน้ำกลางแจ้ง อีกทั้งรอบรีสอร์ทยังปกคลุมไปด้วยแมกไม้และวิวทิวทัศน์ที่ให้สัมผัสแบบย้อนยุคได้เป็นอย่างดี และใกล้แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย เช่น วัดโพธิ์, ปากคลองตลาด, วัดอรุณ เป็นต้น

ที่ตั้ง:ถนนมหาราช ท่าเตียน กรุงเทพฯ

โทรศัพท์ 0-2622-3356-8

เว็บไซต์: www.thaivillas.com

เปิดรีสอร์ทสุดน่ารักของคุณตัน ภาสกรนที อาลีบาบา รีสอร์ท ปราณบุรี

หนาวนี้ใครกำลังวางแผนไปเที่ยวทะเลปราณบุรี ขอแนะนำ อาลีบาบารีสอร์ท (Ali Baba Boutique Resort) ที่พักสไตล์อาราเบียน ของ คุณตัน ภาสกรนที ที่อยู่ใกล้หาดปราณบุรีแค่นิดเดียว




อาลีบาบารีสอร์ท (Ali Baba Boutique Resort) โดดเด่นด้วยการออกแบบสีสันสดใส กำแพงทาสีสดสไตล์อาราเบียน ผสมผสานการบริการแบบไทยๆ ห้องพักทุกห้องเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยสะดวกพร้อมสรรพ มาพักผ่อนแล้วจะออกไปตกปลา ขี่จักรยาน เล่นน้ำทะเล หรืออยากนั่งพักผ่อนชมวิวขุนเขาเมืองปราณ ก็สามารถมาสัมผัสได้ที่รีสอร์ทน่ารัก ราคาเป็นกันเองแห่งนี้
ที่ตั้ง: ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี
ราคา: 1,500- 2,500 บาท
โทร. 0 3263 0570
เว็บไซต์: www.alibabaresort.com

เปิดรีสอร์ทบรรยากาศสุดชิลล์ของนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี ทีน-สราวุฒิ พุ่มทอง

อากาศดีๆ แบบนี้หลายคนที่กำลังวางแผนไปเทียวทะเลแสนเงียบสงบแถวหาดเจ้าสำราญ จ. เพชรบุรี และมองหาที่สบายๆ สำหรับครอบครัว หรือแก็งค์เพื่อนๆ อยู่ สนุก! ท่องเที่ยว ขอแนะนำรีสอร์ทเปิดใหม่ล่าสุด ที่มีเจ้าของเป็นนักแสดงและพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี ทีน-สราวุฒิ พุ่มทอง ชาวจังหวัดเพชรบุรี ที่กลับมาเปิดที่พักในบ้านเกิดตัวเอง



บ้านจันทร์แสงทอง เป็นพักตากอากาศบรรยากาศสบายๆ และอยู่ใกล้ทะเลแค่นิดเดียว เหมาะสำหรับมาพักผ่อนในช่วงวันสุดสัปดาห์ นั่งสังสรรค์ ปาร์ตี้อาหารทะเล ที่แค่นึกภาพตามก็สนุกไม่เบาแล้ว การเดินทางไปก็ไม่ยาก เมื่อขับรถถึงกลางเมืองเพชรบุรี แถวโรงพยาบาลเพชรรัตน์ จะเห็นโรงงานไฟฟ้าเล็กๆ ที่มีป้ายบอกทางชี้ไปหาดเจ้าสำราญ จากนั้นวิ่งตรงไปเรื่อยๆ จนสุดทางถนน ก็จะเห็นป้ายหาดเจ้าสำราญ แล้วเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะเจอบ้านจันทร์แสงทอง อยู่ทางซ้ายมือ



ที่ตั้ง: หาดเจ้าสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
โทร.08-2333-8642
หรือ www.facebook.com/baanchansangthong

ขอบคุณภาพจาก: www.facebook.com/baanchansangthong

5 ที่เที่ยวธรรมชาติสวยสะดุดตาในภาคกลาง

หนาวนี้หากใครยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวกอดลมหนาวที่ภาคเหนือ ลองใช้เวลาวันหยุดสั้นๆ มาสัมผัสลมหนาวใกล้ๆ ที่ภาคกลาง ขอบอกว่า สวยเด็ดไม่แพ้กันเลยนะ

1.เขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีความสูงถึง 1,249 จากระดับน้ำทะเล  การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาช้างเผือกนั้นใช้การเดินเท้าในระยะทางประมาณ 8-9 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนั้นจะเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะยอดเขาต่างๆ แต่ตลอดเส้นทางสามารถชมวิวทิวทัศน์สวยๆ ได้ตลอดเส้นทาง และมีจุดกางเต็นท์เพียงจุดเดียวที่ กิ่วลม เท่านั้น


2.เขากระโจม จ.ราชบุรี เป็นยอดเขาสุดเขตชายแดนระหว่างไทย-พม่า ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,045 เมตร บริเวณนี้เป็นที่อาศัยของของชุมชนชาวกะเหรี่ยง ซึ่งอพยพมาจากเมืองทวายประเทศพม่า ชาวกะเหรี่ยงเรียกยอดเขานี้ว่า "เขาลันดา" ซึ่งหมายถึง ภูเขาที่มีที่ราบ ส่วนชื่อ "เขากระโจม" นั้นได้รับฉายามาจากคนไทยที่เข้าไปทำเหมืองแร่ แล้วมองเห็นยอดเขาดูดล้ายกระโจมของชนเผ่าอินเดียนแดงนั่นเอง



3.เขาจีนแล จ.ลพบุรี เที่ยวชมทุ่งทานตะวันในฤดูหนาว สายลมเย็นและแสงแดดอ่อนยามเช้าที่คลอเคลียหยอกเย้ากับทุ่งทานตะวันจะช่วยกล่อมเกลาความงามของธรรมชาติให้โชติช่วงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ตราบเท่าที่ความโรแมนติกยังคงตลบอบอวลอยู่ในทุ่งทานตะวันของเขาจีนแลแห่งนี้



4.เขาเทวดา จ.สุพรรณบุรี ชมทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดเขาเทวดา ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติพุเตย ยิ่งในคืนฟ้าเปิดเราก็สามารถนอนดูดาวได้อย่างชัดเจน และจากจุดนี้ในช่วงเช้านักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปบนยอดเขาเทวดาเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางหุบเขาสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา และหมอกสีขาวล่องลอยราวปุยนุ่นได้อีกด้วย




5.เขาพะเนินทุ่ง จ.เพชรบุรี ในพื้นที่อุดมไปด้วยผืนป่าแห่งนี้มีทะเลหมอกคือไฮไลน์ของที่นี่ บอกได้เลยว่าไม่จำเป็นต้องไปถึงยอดภูที่ภาคเหนือมาที่นี่ก็เห็นแล้ว ภาพทะเลหมอกหนาๆ ลอยละเลียดแนวเขาสลับซับซ้อนเป็นวิวที่สวยมากๆ เลยขอบอก


กะตะกรุ๊ป เปิดตัว บียอน รีสอร์ท กะรน

บียอน รีสอร์ท กะรน ในเครือ กะตะกรุ๊ป รีสอร์ท ประเทศไทย เตรียมอวดรูปโฉมใหม่งดงามสมการรอคอยพร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังปิดปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่ในส่วนห้องพัก, ห้องอาหาร, บาร์ และลอบบี้ พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยคอนเซ็ปต์ " รีสอร์ทหรูริมหาดสุดแสนโรแมนติคและเป็นส่วนตัว" มุ่งเน้นนักท่องเที่ยวที่แสวงหาที่พักผ่อนเพื่อดื่มด่ำกับช่วงเวลาพิเศษกับคนรัก



หลังจากการปรับปรุงแล้วเสร็จ บียอน รีสอร์ท กะรน มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 80 ห้อง ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่เพื่อนำเสนอความหรูหราในระดับสากล พร้อมมอบความรู้สึกอบอุ่น โรแมนติก ให้กับคู่รักผู้มาเยือนด้วยการตกแต่งอย่างร่วมสมัยและมีสไตล์มากยิ่งขึ้น และเพื่อสร้างความโรแมนติกอย่างสมบูรณ์แบบ บียอน รีสอร์ท กะรนจัดได้ว่าเป็นรีสอร์ทแห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนชายหาดกะรนและมีนโยบายให้คู่รักที่เข้าพักต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

ทั้งนี้ด้วยการออกแบบให้ทุกห้องพักหันหน้าเข้าสู่หาดกะรน และเห็นวิวทะเลอันดามัน ทำให้ห้องพักทุกห้องของ บียอน รีสอร์ท กะรน สามารถมองเห็นวิวท้องทะเลอันดามันได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีห้องพักแบบมาตรฐานให้บริการ 2 แบบ ได้แก่ Twin Deluxe Seaview , Double Deluxe Seaview ซึ่งแต่ละห้องมีพื้นที่ขนาด 33 ตารางเมตร พร้อมทั้งห้องใหญ่พิเศษ 2 แบบเหมาะสำหรับคู่รักที่ชอบพื้นที่กว้างกวาง ได้แก่ Gland Deluxe room มีพื้นที่ขนาด 53.86 ตารางเมตร Junior Suite room มีพื้นที่ขนาด 58.88 ตารางเมตร พร้อมรองรับผู้เข้าพักเพื่อการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ

บียอน รีสอร์ท กะรน จ.ภูเก็ต ตั้งอยู่ใจกลางแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงชั้นนำ และสามารถเดินทางจากสนามบินโดยรถยนต์เพียง 49 กิโลเมตร เพื่อเข้าสู่บียอน รีสอร์ท กะรน และใช้เวลาเดินจากโรงแรมเพียงไม่นานเพื่อไปยังสถานีขนส่งประจำจังหวัด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 076-330-006-8 l 076-330-217-8

งานนมัสการพระพุทธโสธรและงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปี 2556

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับจังหวัดฉะเชิงเทรา กำหนดจัดงานนมัสการพระพุทธโสธรและงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปี 2556 ในระหว่างวันที่ 14-23 พฤศจิกายน 2556 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา



นางปานจิตร สันทัดกลการ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าในแต่ละปีได้มีพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธาจำนวนมากเดินทางมานมัสการหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแปดริ้ว ซึ่งด้วยบุญญาภินิหารของท่านได้คุ้มครองชาวจังหวัดฉะเชิงเทราให้อยู่เย็นเป็นสุขมาช้านาน

การจัดงานนมัสการหลวงพ่อพระพุทธโสธรจึงได้จัดต่อเนื่องกันมานับร้อยปี จนกลายเป็นงานประเพณีประจำปีที่สำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา การจัดงานนมัสการหลวงพ่อพระพุทธโสธรและงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปี 2556 มีกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14- 23 พฤศจิกายน 2556 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมระยะเวลาจัดงานถึง 10 วัน 10 คืน โดยวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 จะมีการจัดพิธีบวงสรวง องค์หลวงพ่อโสธรตามแบบโบราณประเพณีด้วยเครื่องสังเวยชุดใหญ่และไข่ไก่ต้ม 109,999 ฟอง ในเวลาประมาณ 09.00 น. หลังจากนั้นจึงอัญเชิญ องค์หลวงพ่อโสธรประดิษฐานบนขบวนรถบุษบก เคลื่อนไปยังถนนสายต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชา นอกจากนี้ ในวันที่ 16 และ 17 พฤศจิกายน 2556 จะมีพิธีแห่องค์หลวงพ่อโสธรทางน้ำ เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ได้กราบไหว้ขอพรเช่นกัน โดยขบวนเรือจะเคลื่อนจากท่าน้ำวัดโสธรวรารามวรวิหาร และจอดเทียบท่าตามจุดต่างๆ ที่อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง และอำเภอบางคล้า นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชม เลือกช้อป และเลือกชิมจากร้านค้าของเหล่ากาชาด สินค้าราคาถูกจากบริษัท ห้างร้าน โรงงาน ชมนิทรรศการส่วนราชการพร้อมชม การแข่งขันเจ็ตสกี เรือเล็กบังคับวิทยุ เรือพายยาวประเพณี และเรือเครื่องหางยาว รวมถึงการแสดงมหกรรมดนตรีไทยและนาฏศิลป์ควบคู่ไปกับงานมหรสพต่างๆ ตลอด 10 วัน 10 คืน

ททท. จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมงานนมัสการหลวงพ่อพระพุทธโสธร และงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปี 2556 ระหว่างวันที่ 14-23 พฤศจิกายน 2556 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทราเทรา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 0 3851 4794

มหัศจรรย์หมู่เกาะสุดทางบูรพา ปี 2556



วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2556

11.00 น. พร้อมกันที่ท่าเรือนางพญา ต.แหลมศอก อ.เมือง จ.ตราด ลงทะเบียน / นำกระเป๋าสัมภาระติดป้ายชื่อ / เตรียมชุดสำหรับเที่ยวน้ำตก

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ท่าเรือนางพญา

13.00 น. ลงเรือ Speed Boat มุ่งหน้าสู่ เกาะกูด อัญมณีแห่งท้องทะเลตะวันออก เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 65,625 ไร่

14.00 น. ล่องเรือชมธรรมชาติลำคลองเจ้า จากนั้น เดินเท้าเข้าสู่ตัวน้ำตกคลองเจ้า (15 นาที) สถานที่ซึ่งรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาส กิจกรรมเล่นน้ำบริเวณน้ำตกคลองเจ้า

16.00 น. Check In เข้าสู่สถานที่พัก อาณาเล รีสอร์ท เกาะกูด ที่พักติดชายหาดพร้อมสระว่ายน้ำ รับเครื่องดื่ม Welcome Drink และรับประทานอาหารว่างบริเวณห้องอาหาร

18.30 น. รับประทานอาหารเย็น (ซีฟู้ด) ณ ห้องอาหารของสถานที่พัก / พักผ่อนตามอัธยาศัย



วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2556

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของสถานที่พัก / เตรียมชุดสำหรับกิจกรรมดำน้ำ

08.50 น. รับอุปกรณ์ดำน้ำ Snorkel (หน้ากากดำน้ำ+ท่อหายใจ) คนละ 1 ชุด

09.00 น. พร้อมลงเรือเร็ว (Speed Boat) มุ่งหน้าสู่ หมู่เกาะรัง จุดดำน้ำชื่อดังแห่งท้องทะเลตราด

09.30 น. กิจกรรมฝึกสอนการใช้ Snorkel บริเวณชายหาดศาลเจ้า ณ เกาะรัง จากนั้น กิจกรรมดำน้ำชมความสวยงามของโลกใต้ทะเลบริเวณ เกาะรัง และเกาะยักษ์

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ชายหาดศาลเจ้า เกาะรัง

13.30 น. เดินทางออกจากเกาะรัง กลับไปยังเกาะกูด

14.30 น. เดินทางกลับถึงที่พัก อาณาเล รีสอร์ท เกาะกูด / พักผ่อนตามอัธยาศัย

18.00 น. งานเลี้ยงรับประทานอาหารเย็น (ซีฟู้ด) ณ ห้องอาหารของสถานที่พัก กิจกรรมเกมส์ชิงรางวัลของที่ระลึกจาก ททท.สำนักงานตราด



วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2556

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของสถานที่พัก

09.00 น. ร่วมกับ ชมรมการท่องเที่ยวเกาะกูด มอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนในพื้นที่เกาะกูด

10.00 น. Check Out / ลงเรือ Speed Boat เดินทางกลับเข้าฝั่งจังหวัดตราด

11.00 น. เดินทางถึงท่าเรือนางพญา / เก็บสัมภาระ เตรียมตัวออกเดินทางในรูปแบบคาราวาน จากนั้น แวะซื้อสินค้าของฝากจังหวัดตราดประเภทอาหารทะเลแปรรูป อาทิ กุ้งแห้ง กะปิ น้ำปลา ปลาสละ ปลากุเลา ณ ร้านของฝากป้าแจ๋ว

12.00 น. เข้าชมปรากฏการณ์ ฝูงเหยี่ยวแดงคอขาวนับร้อยตัว ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารคนพลัดถิ่น

13.00 น. เข้าชมเรื่องราวประวัติศาสตร์จังหวัดตราด ณ พิพิธภัณฑสถานจังหวัดตราด จากนั้น เดินทางไปยัง สวนสละสมโภชน์ ชมการทำสวนสละพันธุ์สุมาลีคุณภาพส่งออก สิ้นสุดการเดินทาง / บันทึกภาพหมู่เป็นที่ระลึก / เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

หมายเหตุ รับจำนวนจำกัด / *ห้องพักมีหลายประเภท สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ชำระเงินก่อนเท่านั้น* หมดเขตการรับสมัครวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะกูด คุณศุกรี โทรศัพท์. 08-1403-6174 / คุณสอง 08-9141-5270 ททท.สำนักงานตราด โทรศัพท์. 039-597-259 ถึง 60


The Houben Hotel โรงแรมหรูสถาปัตยกรรมโมเดิร์นสไตล์

The Houben Hotel โรงแรมหรูสถาปัตยกรรมโมเดิร์นสไตล์ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาของหาดบากันเตียง ทางตอนใต้ของเกาะลันตาใหญ่ จังหวัดกระบี่

โรงเรมเดอะฮูเบ็นแตกต่างจากโรงแรมอื่นไม่เพียงแค่การออกแบบและสถานที่ตั้งเท่านั้น (ตั้งอยู่บนหน้าผา สามารถมองเห็นท้องทะเลอันดามันได้จากทุกมุม และทุกห้องของโรงแรม) แต่การบริการรวมถึงการเอาใจใส่ของพนักงานที่มีแก่ลูกค้า ก็ทำให้โรงแรมเดอะฮูเบ็นแห่งนี้ติดอันดับ 1 ใน 3 ของเกาะลันตา รวมถึงได้รับคะแนน เสียงโหวตจากนักท่องเที่ยวให้ ได้ติดอันดับ 1 ใน 25 โรงแรมในประเทศไทย ในกลุ่มของ small hotel และ best sevice จาก Trip Advisor อีกด้วย

โรงแรมเดอะฮูเบ็น เป็นโรงแรมที่เหมาะสำหรับผู้มาเยือนที่ต้องการความรู้สึกที่แตกต่าง สงบ บริสุทธิ์ยังคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของ ธรรมชาติ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รักคู่ฮันนีมูนที่ต้องการดื่มด่ำบรรยากาศที่แสนโรแมนติกหลังสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่สวยที่สุดบนเกาะลันตาใหญ่

มาร่วมสัมผัสกับธรรมชาติที่แนบชิดติดทะเลและเก็บความทรงจำที่มีค่ากับธรรมชาติที่คุณสามารถสัมผัสได้ ที่ The Houben Hotel, Where the comfort meets style, where the sun dives into the tranquil horizon , where your vacation feels like home.

ด้วยความที่เจ้าของมีสัญชาติเบลเยี่ยม เพราะฉะนั้นทางโรงแรม จึงมีเมนูอาหารประจำชาติ รวมถึงเมนูของหวาน อันได้แก่ เบลเยี่ยมวาฟเฟิลอันเรื่องชื่อ ราดด้วยดาร์คเบลเยี่ยมชอคโกแลตซอสข้อมุลติดต่อ thehouben


โรงแรม เดอะ ฮาวเบ็น

ที่ตั้ง: 272 หมู่ 5 เกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ 81150

เว็บไซต์: www.thehouben.com

อีเมล์: reservations@thehouben.com

โทร.075 665144, 082 800 3880

แฟกซ์: 075 665133

บัวตองอร่ามตา ณ ดอยหัวแม่คำ

หนึ่งใน Unseen Thailand ที่งดงามราวกับสวรรค์บนดิน ต้องยกนิ้วให้ ดอยหัวแม่คำ จังหวัดเชียงราย เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากชื่อเสียงระบือไกลของดอกไม้งามนามว่า "บัวตอง" นั้นจะเหลืองอร่ามไปทั่วทั้งหุบเขาที่กว้างใหญ่ และยังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าต่างๆ ทั้ง อาข่า ม้ง ลีซอ ลาหู่ ทำให้ได้สัมผัสชีวิตชาวดอยอย่างใกล้ชิด



ดอยหัวแม่คำ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 4 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ห่างจากบ้านเทอดไทยประมาณ 35 กิโลเมตร ติดตะเข็บชายแดนประเทศไทยกับพม่า พื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตวนอุทยานดอยหัวแม่คำ เป็นดอยสูงที่ติดอันดับในใจของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย เพราะดอกบัวตองจะบานให้เชยชมเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น คือในช่วงเดือนพฤศจิกายน และจะบานเต็มที่ในช่วงกลางเดือน โดยทั่วทั้งขุนเขาจะสวยงามเหลืองอร่ามตา ทำให้ทิวทัศน์ดุจดั่งภาพเขียน เพราะดอกบัวตองนั้นขึ้นสลับกันกับบ้านของชาวเขา และพลาดไม่ได้กับยามเช้า ที่ต้องรีบตื่นมารอแสงแรกแห่งวันใหม่ที่โผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้า คลอเคลียด้วยเมฆหมอกที่อบอวลไปทั่วทั้งขุนเขา ยิ่งทำให้ความประทับใจจะตราตรึงมิรู้ลืม นอกจากนี้ ทางดอยหัวแม่คำยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนแห่งดอกบัวตองด้วย อย่างเช่น การแสดงของชาวเขาเผ่าต่างๆ และยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตอย่างใกล้ชิด หากอยากมาสัมผัสความงามของดอกบัวตอง ควรที่จะมาช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน เพราะหากปล่อยนานไปถึงปลายเดือนแล้วจะต้องเสียใจ เพราะดอกบัวตองจะเริ่มโรยรา ก็คงต้องรอกันต่อไปอีกหนึ่งปี

ดอยหัวแม่คำ ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง นอกจากการเดินชมทิวทัศน์ และวิถีชีวิตของชนเผ่าแล้ว ยังมีวนอุทยานดอยหัวแม่คำ ซึ่งเป็นที่ทำการอุทยาน ตั้งอยู่ที่ความสูงประมาณ 1300 เมตร ห่างจากหมู่บ้านดอยหัวแม่คำไปประมาณ 1.6 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของดอยหัวแม่คำ ซึ่งควรที่จะตื่นมาตั้งตารอแต่เช้าตรู่ เพราะจะได้พบกับทะเลหมอกอันกว้างใหญ่ ที่ทอดกายปกคลุมภูเขาน้อยใหญ่สลับเรียงรายกันไปมา ดุจดั่งล่องลอยอยู่ในสรวงสวรรค์เลยทีเดียว

เมื่อเก็บความงามยามเช้าจนชื่นฉ่ำแล้ว สายๆ ก็ให้เดินทางไปที่สุดปลายทาง ห่างจากบ้านหัวแม่คำไปเล็กน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของวนอุทยาน เพื่อขึ้นไปเล่นน้ำตกที่ใสเย็น แต่ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างชัน คุณจะได้พบกับน้ำตกขนาดกลาง ที่ไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร และเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชุมชนดอยหัวแม่คำอีกด้วย

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ หากใช้รถยนต์ส่วนตัว แนะนำให้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะเส้นทางระหว่างขึ้นดอยนั้น สูงชัน สลับขรุขระบ้าง ให้มุ่งหน้าตรงเข้าสู่ตัวเมืองเชียงราย และเข้าทางหลวงหมายเลข 110 ตรงสู่อำเภอแม่จัน จากนั้น เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1130 ตรงทางแยกขึ้นดอยแม่สลองผ่านบ้านบางปู บ้านสันติคีรี เมื่อพ้นเขตบ้านแม่สลองในเส้นทางจะเป็นลูกรัง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1234 ผ่านทางแยก แม่สลอง-บ้านเทอดไทย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าแยกบ้านเทิดไทย เมื่อถึงสามแยกอีก้อให้เลี้ยวซ้ายไปบ้านห้วยอิ้น ขับไปตามทางเรื่อยๆ คุณก็จะได้เห็นดอกบัวดอกบานสะพรั่ง สีสันสดใส สวยงามอร่ามตาไปตลอดเส้นทาง สำหรับที่พักไม่ต้องเป็นห่วง เพราะทางวนอุทยานมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว แต่หากต้องการที่จะกางเต็นท์ ก็ให้ติดต่อขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่วนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำโดยตรง หรือ สำนักบริหารจัดการในพื้นที่ 15 จังหวัดเชียงราย โทร. (053) 714914 หรืออยากสัมผัสวิถีชาวบ้านจริงๆ ก็มีโฮมสเตย์ไว้บริการมากมาย ซึ่งก็อยู่ภายในละแวกหมู่บ้าน แถมราคาก็แสนจะเป็นมิตร

หากคุณเป็นประเภทที่ชอบวางแผนการท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้าล่ะก็ ขอให้ "ดอยหัวแม่คำ" เป็นหนึ่งในโปรแกรมของคุณ รับรองว่า นี่คือสวรรค์บนดินที่จะตราตรึงไม่รู้ลืม