วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

สปอง มาเนีย การผสมระหว่างพายกับเค้กแบบไร้รอยต่อ


ใครที่เลิฟเบเกอรี่และชอบลองชิมขนมใหม่ ๆ วันนี้ We Recommend มีร้านเบเกอรี่แนวใหม่ Sponge Mania ที่มีพระเอกของร้านเป็น Sponge Roll กับ Sponge Pange ลูกครึ่งผสมระหว่างพายกับเค้ก เป็นเจ้าแรกในเมืองไทยส่งตรงจากฮ่องกงมาให้ลิ้มลองกันค่ะ
ร้านตั้งอยู่แถวลาดพร้าววังหิน 87 เป็นร้านโทนสีฟ้าพาสเทลสดใส ตกแต่งในโทนสบาย ๆ เหมาะมานั่งทานขนมอร่อย ๆ พร้อมสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน เพลิดเพลินกับความอร่อยที่ลงตัวของแป้ง Sponge ที่ได้สูตรมาจากฮ่องกง เป็นแป้งที่ใส่ไส้แล้วพับถือทาน นำมาดัดแปลงให้เข้ากับคนไทย กลายเป็น Sponge Roll เนื้อแป้งพองนุ่มผสมความกรุบกรอบ และ Sponge Pange หรือพายเย็น เพิ่มความสดชื่นหวานมัน โดยทั้งสองแบบนำมาทำเหมือนพิซซ่าใส่สารพัดเครื่องด้านหน้าทั้งคาวหวานกว่า 10 หน้า ปรุงแต่งในรสชาติที่คนไทยชื่นชอบ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมโฮมเมดหลากรสของที่ร้าน และอีกหลายเมนูของหวาน ที่ทานแล้วจะติดใจค่ะ
Sponge Roll VS Sponge Pange
เริ่มสตาร์ทกันที่ Sponge Roll หน้าบานอฟฟี่ (119 บาท) ใส่กล้วยและชีส พร้อมราดคาราเมล ให้รสชาติทั้งหวานและเค็มจากชีส ทานร้อน ๆ หลังอบใหม่ทุกจาน ตัวแป้งจะนุ่มฟูและกรุบกรอบด้านข้าง ทานคู่กับไอศกรีม ลงตัวทีเดียวค่ะ หรือลองหน้าของคาวอย่าง Sponge Roll หน้าหมูหยอง (89 บาท) ใส่หมูหยอง ชีส แฮม ราดหน้าด้วยมายองเนส โดยจะตัดแบ่งเป็นชิ้นมาให้ สามารถแชร์กันทานหลาย ๆ รสได้ค่ะ

สำหรับ Sponge Pange แตกต่างตรงที่แป้งจะนำไปฟรีซให้แข็งตัวก่อน จะทำให้เนื้อแป้งแข็งขึ้นและคงความหวานของเนื้อแป้งได้ดีกว่า เสิร์ฟพร้อมวิปครีมแต่งหน้าด้วยวัตถุดิบคุณภาพ แนะนำ Sponge Pange หน้าสตรอว์เบอร์รี่ (79 บาท) มาพร้อมสตรอว์เบอร์รี่สด ราดซอสสตรอว์เบอร์รี่ ทานแล้วสดชื่น และ Sponge Pange หน้าคาราเมล (79 บาท) โรยหน้าด้วยสารพัดถั่วชั้นดี เพิ่มความกรุบกรอบ
ส่วนขนมอื่น ๆ มีหลากหลายทั้ง Chocolate Lava (69 บาท) ตัวแป้งรสชาติเข้มข้น หรือเบาหน่อย Pana Cotta (99 บาท) เนื้อนุ่มละมุนรสออกหวาน ตัดกับซอสราสเบอร์รี่รสเปรี้ยว และ Banana Crumble (69 บาท) ได้ความกรุบกรอบของตัวเค้กอบด้านล่าง และความหอมของกล้วย โรยหน้าด้วยชีส แปลกใหม่ไปอีกแบบค่ะ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านตัวเลือกของคนรักขนมที่น่าลิ้มลองจริง ๆ ค่ะ
คุยกับ Sponge Mania
ไอเดียของร้านขนมแนวใหม่นี้ เกิดจาก คุณบอล ได้ไปทานจากเพื่อนชาวฮ่องกงที่ทำร้านขายอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อได้ทานแล้วเกิดติดใจ จึงได้ขอสูตรและนำกลับมาทำในเมืองไทย โดยดัดแปลงรูปแบบจากเป็นแป้งใส่ไส้แล้วพับถือทาน เป็นนำมาใส่หน้าเหมือนพิซซ่า เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงต่าง ๆ เพื่อให้ถูกปากกับคนไทยมากขึ้นค่ะ
Recommended Dishes
-Sponge Roll หน้าบานอฟฟี่
-Sponge Roll หน้าหมูหยอง
-Sponge Pange หน้าสตรอว์เบอร์รี่
-Sponge Pange หน้าคาราเมล
-Chocolate Lava
-Pana Cotta
-Banana Crumble
ที่ตั้ง : 621 ลาดพร้าววังหิน 87 ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
โทร : 08 6571 7681
เวลาเปิดบริการ : วันจันทร์15.30-23.30 น.วันอังคาร หยุดวันพุธ15.30-23.30 น.วันพฤหัสบดี15.30-23.30 น.วันศุกร์15.30-23.30 น.วันเสาร์10.30-23.30 น.วันอาทิตย์10.30-23.30 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ : 101-300 บาทต่อคน
ประเภทอาหาร : ชา-กาแฟ, เบเกอรี่, ไอศกรีม, น้ำผลไม้
รูปแบบการให้บริการ : ร้านกาแฟ-อาหารว่าง
เหมาะสำหรับ : ครอบครัว, สังสรรค์ปาร์ตี้, นั่งชิลๆ
ที่จอดรถ : ริมถนน
facebook Page : http://www.facebook.com/SpongMania

เทศกาลอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร ครั้งที่ 12


นางสาวอังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร) เปิดเผยว่า ในระหว่าง วันที่ 7-11 มีนาคม 2556 จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ ชมรมร้านอาหารจังหวัดสมุทรสาคร เทศบาลนครสมุทรสาคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงาน เทศกาลอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร ครั้งที่ 12 ณ บริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
ซึ่งเป็นงานเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณภาพของอาหารทะเลที่สดใหม่ เพราะจังหวัดสมุทรสาคร เป็น เมืองประมง ที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลของประเทศ ซึ่งอาหารทะเลทุกเมนูในงานมีมาตรฐานรับรองความสะอาดและความปลอดภัยจากกระทรวงสาธารณสุข และยังรับรองความอร่อยจากชมรมร้านอาหารจังหวัดสมุทรสาคร นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคทุกท่านจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับประทานอาหารทะเลที่ สด สะอาด อร่อย อย่างแน่นอน ที่สำคัญการจัดงานในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร จัดงาน เทศกาลกินปู ดูลำน้ำท่าจีน ทำให้งานมีความยิ่งใหญ่และน่าสนใจมากกว่าทุกๆ ปี
ภายในงาน นักท่องเที่ยวจะได้พบกับการออกร้านอาหารทะเลปรุงเสร็จจากชมรมร้านอาหารจังหวัดสมุทรสาครและร้านอาหารอร่อยกว่า 70 ร้าน ซึ่งนักชิมหรือนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเลือกชิมลิ้มลองอาหารทะเลปรุงเสร็จหลากหลายเมนู จากฝีมือกุ๊กระดับ 5 ดาว เลือกซื้อสินค้าจากชุมชน สินค้า OTOP ควบคู่กับการแสดงทางวัฒนธรรมและการแสดงจากนักร้อง ศิลปินตลก และความบันเทิงต่างๆ อีกมากมาย
และในปีนี้ภายในงานยังได้บูรณาการการจัดงาน "มหกรรมสินค้าเกษตร" ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โดยนำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ จากชาวสวนมาจำหน่าย อาทิ ลำไยพันธุ์พวงทอง ฝรั่ง ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เป็นต้น , ชมการประกวดมะม่วง มะพร้าว มะนาว ฝรั่ง , การตำส้มตำประกอบลีลา , การแข่งขันกินผลไม้ และมีการฝึกอบรมอาชีพเสริม 10 หลักสูตร
จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมชม ชิม ช้อป เมนูอาหารทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ปรุงสำเร็จ อาหารทะเลแปรรูป และสนับสนุนสินค้าทางการเกษตรจากชาวสวน ซึ่งสามารถเดินทางมาร่วมงานได้อย่างสะดวกสบายห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 34 กิโลเมตร และนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชุมชนชาวมหาชัย-ท่าฉลอม กับบรรยากาศยามเย็นปากอ่าวไทยริมแม่น้ำท่าจีนอันงดงาม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมร้านอาหารจังหวัดสมุทรสาคร โทร. 0 3482 0737, 0 3482 0822 หรือ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทร. 0 3482 0138 , 0 3441 1043 หรือ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม : TAT Samut Songkhram โทร.0 3475 2827-8 E-mail : tatsmsk@tat.or.th หรือ TAT Call Center 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

ฮิตระดับโลก 3 หาดไทย ติดอันดับสวยที่สุดในเอเชีย


จากผลสำรวจของทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยรายชื่อชายหาดที่ได้รับรางวัล 2013 Travellers' Choice Beaches Awards ซึ่งโหวตโดยนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์นับล้านคน จากการโหวตชายหาดสวยที่สุดในเอเชีย10 อันดับ ประเทศไทยคว้ารางวัลมาๆด้ถึง 3ตำแหน่ง คือ หาดไร่เลย์ อันดับที่ 3 หาดพระนาง อันดับที่ 5 และหาดในหาน อันดับที่ 6
หาดไร่เลย์ หาดนี้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมากผ่อนและปีนหน้าผาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งชายหาดที่นี่มีน้ำทะเลใส บรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับเดินทางไปชาร์ตพลังเป็นที่สุด
หาดพระนาง เป็นชายหาดที่อยู่ในอ่าวนาง จังหวัดกระบี่เช่นเดียวกันกับหาดไร่เลย์ อีกทั้งเป็นหนึ่งในไฮไลท์แหล่งท่องเทียวทางทะเลของกระบี่ แม้ในช่วงเวลากลางวันบรรยากาศอาจจะคึกคักเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่พอช่วงพระอาทิตย์ใกล้จะตก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเริ่มทยอยกลับที่พักหรือไม่ก็เลือกนั่งชมพระอาทิตย์หล่นหายไปจากเส้นขอบฟ้า บรรยากาศที่นี่จึงเงียบสงบ เป็นความรู้สึกที่งดงามน่าประทับใจอยู่ในความทรงจำยิ่งนัก
หาดในหาน เป็นหาดที่อยู่ถัดจากแหลมพรหมเทพขึ้นไป ทางทิศเหนืออยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 18 กิโลเมตร มีทางไปได้หลายทาง จะไปจากหาดราไว โดยผ่านหรือไม่ผ่านแหลมพรหมเทพก็ได้ หรือถ้ามาจากห้าแยกฉลองไปทางหาดราไว ประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาไปบ้านใสยวนหนองหานประมาณ 4 กิโลเมตร ชายหาดในหานไม่ยาวนัก หาดทรายขาวสะอาด ด้านหลังของชายหาดเป็นบึง ชาวบ้านเรียกว่าหนองหาน ระหว่างทะเลและบึงมีเพียง หาดทรายของหาดในหานขวางกั้นอยู่เท่านั้น ในช่วงฤดูมรสุมระหว่าง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม คลื่นจะ แรงมาก ไม่ควรลงเล่นน้ำเพราะอาจเกิดอันตรายได้
ส่วนของชายหาดอื่นๆที่ติดอันดับ ดังนี้
1.ไวท์บีช เกาะโบราเคย์ วิซายา ประเทศฟิลิปปินส์ 
2.หาดอะกอนด้า รัฐกัว ประเทศอินเดีย
3.หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย
4.ราชนาการ์ บีช เกาะอันดามันและนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย
5.หาดพระนาง จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย
6.หาดในหาญ อำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย
7.เคฟลอสซิมบีช รัฐกัว ประเทศอินเดีย
8.หาดโอเตรส สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา 
9.ซีเคร็ต ลากูน บีช เขตมิมาโรปา ประเทศฟิลิปปินส์
10.ยาพัค บีช เกาะโบราเคย์ วิซายา ประเทศฟิลิปปินส์

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เทศกาลองุ่นหวานและของดีดำเนินสะดวก ครั้งที่ 27


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ขอเชิญชวนท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี งาน "เทศกาลองุ่นหวานและของดีดำเนินสะดวก" ครั้งที่ 27 ประจำปี 2556 ระหว่างวันที่ 15-21 มีนาคม 2556 ณ บริเวณวัดราษฎร์เจริญธรรม (วัดสุน) อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
มีการประกวดธิดาองุ่นหวาน การประกวดพืชผัก ผลไม้ การออกร้านผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP กิจกรรมการแข่งขันกินก๊วยเตี๋ยว การแข่งขันชักเย่อเรือพาย การแข่งขันทำส้มตำผลไม้ลีลา การแข่งขันมวยทะเล และกิจกรรมตัดองุ่นลุ้นโชค พร้อมร่วมชมการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังทุกค่ำคืน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ว่าการอำเภอ ดำเนินสะดวก โทร. 0 3224 1204 หรือ  (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0 3247 1005-6 Facebook : Tat Phetchaburi

7 วิธี ดูแลเด็กบนเครื่องบิน


 การมีเด็กตัวน้อย ๆ มาร่วมเดินทางด้วยกันบนเครื่องบิน สามารถช่วยให้บรรยากาศสดใสขึ้น ทำให้ทริปนั้นสนุกขึ้นอีกไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ผู้ใหญ่อดห่วงไม่ได้ว่า ควรจะดูแลบุตรหลานของตัวเองอย่างไร เพราะนอกจากจะต้องห่วงสุขภาพของลูกแล้ว ยังต้องคอยดูแลไม่ให้เด็กไปรบกวนผู้โดยสารคนอื่น ๆ อีกด้วย -_-‘ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีดูแลเด็กดี ๆ มาแนะนำกัน รับรองได้ว่าหากทำตามนี้ คุณจะสามารถพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวได้ โดยไม่ต้องรู้สึกไม่สบายใจอีกต่อไป เพียงแค่ลองทำตามนี้ดู…


 1. ห้ามนำทารกอายุต่ำกว่า 7 วันไปด้วย
          การที่ไม่แนะนำให้นำทารกที่มีอายุต่ำกว่า 7 วัน ขึ้นเครื่องบินไปด้วยนั้น เนื่องจากปอดของทารกแรกเกิดยังไม่แข็งแรง และเครื่องบินจะมีความกดอากาศในห้องโดยสารค่อนข้างสูง อาจทำให้ทารกรู้สึกไม่สบายและอารมณ์เสีย หรือเกิดอันตรายอื่น ๆ ได้ เพราะฉะนั้น จึงไม่แนะนำให้นำทารกอายุต่ำกว่า 7 วันขึ้นเครื่องบิน
 2. แจ้งปัญหาสุขภาพกับเจ้าหน้าที่
          หากบุตรหลานของคุณมีโรคประจำตัว ต้องแจ้งกับทางสายการบินให้ทราบ เพื่อจะได้พกยาหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นจะต้องใช้ไปได้โดยสะดวก นอกจากนี้ ถ้าหากมีอาการแพ้อาหารชนิดใดก็ต้องแจ้งด้วยเช่นกัน ก่อนขึ้นเครื่องควรศึกษาให้ดีว่าคุณต้องแจ้งกับหน่วยไหน และใช้หลักฐานอะไรบ้าง จะได้เตรียมเอกสารได้ครบถ้วน
 3. ให้เด็กกินยาแก้อาเจียนก่อนขึ้นเครื่อง
          เด็กบางคนอาจมีอาการอาเจียนเวลาเดินทางอยู่เป็นประจำ ทำให้เดินทางได้ลำบาก ทางที่ดีก็ควรเตรียมความพร้อมด้วยการให้กินยาแก้อาเจียนดักไว้ก่อน และควรจะให้ยาเด็กประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง เพราะถ้าทานเร็วกว่านั้น ยาอาจหมดฤทธิ์ก่อนขึ้นเครื่องได้
 4. พกลูกอมหรือท๊อฟฟี่ไปด้วย
          อาการปวดหูเกิดจากการที่ความกดอากาศนอกหูเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ด้านในหูปรับไม่ทัน เพราะฉะนั้น เวลาเครื่องขึ้นหรือลงจะทำให้แม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเรายังปวดหู โดยเฉพาะช่วงที่เราเป็นหวัด ความสามารถในการปรับความดันของหูจะลดลง ยิ่งทำให้รู้สึกหูอื้อจนปวดหัว ทางที่ดีก่อนขึ้นเครื่องควรรักษาสุขภาพของตัวเองและเด็ก ๆ ให้ดีก่อน นอกจากนี้ ควรหาลูกอมหรือท๊อฟฟี่มาให้พวกเขาทานเล่น เพื่อดึงความสนใจจากอาการหูอื้อของเด็ก ๆ
 5. อย่าลืมพกของเล่นไปด้วย
           เป็นที่รู้กันดีว่าเด็กเล็กอยู่ในวัยซน ถ้าต้องนั่งนิ่งบนเครื่องบินหลายชั่วโมง ย่อมทำให้เจ้าตัวเล็กไม่พอใจ ทางที่ดีควรพกของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ส่งเสียงรบกวนคนอื่นไปให้เด็กเล่นฆ่าเวลา เช่น หนังสือนิทานเด็ก หรือรูบิค ฯลฯ เด็กจะได้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการขึ้นเครื่องบิน คุณเองก็จะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง
 6. ให้เด็กนั่งข้างหน้าต่าง
          เพราะจะช่วยกันเด็กไม่ให้เล่นซุกซนจนโดนรถเข็นหรือพนักงานที่เดินผ่านไปมาชนเข้า หรือออกไปวิ่งเกะกะอยู่ตรงบริเวณทางเดิน แถมวิวข้างนอกยังสามารถช่วยหันเหความสนใจของพวกเขา ทำให้มีอะไรให้ดูเล่นจนเพลิน จะได้ไม่รู้สึกเบื่อ ไม่ส่งเสียงเอะอะโวยวายรบกวนผู้โดยสารคนอื่น
 7. อย่าทำให้เด็กกลัว
          การขึ้นเครื่องบินเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น และน่ากังวลใจสำหรับเด็ก ๆ หลาย ๆ คนอยู่แล้ว เพราะเด็กบางคนอาจกลัวความสูง ตกใจจากแรงกดอากาศที่ทำให้หูอื้อ หรือเด็กบางคนอาจขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ทำให้รู้สึกตื่นกลัว ดังนั้น หากคุณดุพวกเขาด้วยน้ำเสียงเข้มงวดจะทำให้เขารู้สึกตกใจและเครียดยิ่งขึ้น ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจ หรือหาอะไรให้เขาทำ เพื่อไม่ให้ส่งเสียงรบกวน
          เพียงทำตามเท่านี้ คุณก็สามารถเดินทางกับเด็ก ๆ โดยไม่ต้องรู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยของเขาได้แล้ว นอกจากจะไม่ต้องทิ้งพวกเขาไว้ที่บ้านให้คอยเป็นห่วง ความน่ารักไร้เดียงสาของเด็ก ๆ พวกนี้ยังช่วยให้การเดินทางของคุณสนุกขึ้นอีกด้วย เชื่อได้เลยว่า ทริปนี้จะเป็นการไปเที่ยวแบบครอบครัวที่สนุกสนานอย่างแน่นอน

10 เคล็ดลับ แพ็คกระเป๋าให้จุคุ้ม


กระเป๋าเดินทาง
          เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงตั้งหน้าตั้งตารอวันหยุดยาวอยู่แน่ ๆ เพราะไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ไปเที่ยวพักผ่อนให้รางวัลตัวเองอีกแล้ว และทุกคนคงเคยเจอปัญหาไม่มีกระเป๋าใบใหญ่พอจะนำไปทริป หรือ ต้องพกกระเป๋าใบใหญ่ ๆ หลายใบจนน่าปวดหัว แต่เชื่อเถอะว่า แค่กระเป๋าเดินทางใบเดียวก็เกินพอสำหรับทริปของคุณแล้ว เพียงคุณลองจัดกระเป๋าตามเทคนิคนี้ดู

 1. เลือกพกเสื้อผ้าแยกชิ้น

          คุณจะประหยัดเนื้อที่ได้อีกมาก หากใส่เสื้อผ้าแยกชิ้นแทนที่จะเอาเดรสไป คุณอาจใส่กระโปรงตัวเดิมซ้ำกันโดยไม่มีใครจับได้เลย เพียงแค่ลองเปลี่ยนเสื้อเท่านั้น เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องขนเสื้อผ้าไปมากเลย

 2. เน้นของสารพัดประโยชน์

          เลือกเอาของที่ใช้ประโยชน์ได้หลาย ๆ อย่างไป จะช่วยให้คุณใช้พื้นที่ได้เกินคุ้ม เช่น เพียงแค่นำผ้าพันคอผืนเล็ก ๆ ไปผืนเดียวก็สามารถใช้เป็นเครื่องประดับได้หลายแบบแล้ว ไม่ว่าจะใช้เป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หรือนำมาพันแล้วผูกประดับแทนที่คาดผม นอกจากนี้หากเป็นผ้าพันคอที่สามารถใช้ได้ทั้งสองด้าน ก็จะยิ่งช่วยให้คุณได้มีลูกเล่นในการแต่งตัวมากขึ้น

 3. อย่าจัดของชิ้นใหญ่ไว้ในกระเป๋า

          ถ้าจะไปเมืองหนาว แล้วจำเป็นต้องพกเสื้อหนาวหนา ๆ ไปด้วย ก็ควรสวมไปเลย แทนที่จะยัดลงกระเป๋า จะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่ได้อีก เพราะเสื้อหนาวหนา ๆ แม้จะไม่ได้มีน้ำหนักมาก แต่ความหนาจะทำให้กินเนื้อที่กระเป๋าอีกเยอะ

 4. เลือกวางของหนัก ๆ ไว้ล่างสุด

          ควรจัดของหนัก ๆ อย่างรองเท้าไว้ล่างสุดของกระเป๋า เพื่อจะได้ไม่ทับของชิ้นอื่นเสียหาย นอกจากนี้ควรจะเลือกรองเท้าที่เหมาะกับทุกสถานการณ์ จะได้ไม่ต้องนำไปหลายคู่ ช่วยให้กระเป๋าเดินทางของคุณเบาขึ้นอีก

 5. จัดเสื้อผ้าให้ถูกวิธี

          ควรเก็บเสื้อผ้าด้วยวิธีม้วนแทนการพับ เพราะใช้พื้นที่น้อยกว่า และเสื้อก็ยังไม่ยับอีกด้วย หากมีเสื้อที่สามารถใส่ได้ทั้งสองด้าน ก็ควรจะจัดไปด้วย จะทำให้คุณไม่ต้องพกเสื้อผ้าไปมาก 

 6. เลือกชุดบาง ๆ

          ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชุดบางเบาชนิดซีทรู แต่หมายความว่าควรเลือกเสื้อที่มีเนื้อผ้าบาง ๆ แทนตัวหนา ๆ เพื่อให้กินพื้นที่น้อยลง เช่น เสื้อผ้าเนื้อบางเบาอย่างเสื้อชีฟอง เพราะจะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่สำหรับใส่เสื้อผ้ามากขึ้น จะได้มีที่เหลือไว้ใส่ของอย่างอื่นเพิ่ม

 7. เอาเครื่องประดับไปด้วย

          อย่าทิ้งเครื่องประดับไว้ที่บ้านเฉย ๆ ควรพกใส่กระเป๋าเดินทางไปด้วย เพราะเครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ นั้นกินพื้นที่ไม่มาก แถมยังช่วยทำให้คุณดูดีขึ้นได้อีกเยอะ อย่างไรก็ตาม เครื่องประดับส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก คุณจึงควรใส่ซองแยกไว้รวมกัน เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา

 8. วางของที่ใช้คู่กันไว้ด้วยกัน

          ควรเอาของชิ้นเล็ก ๆ วางไว้ในของชิ้นใหญ่ที่ใช้คู่กัน เช่น ม้วนถุงเท้าใส่ไว้ในรองเท้า และสอดเนคไทไว้ในเสื้อเชิ้ต จะช่วยให้คุณประหยัดเนื้อที่ แถมยังหาได้สะดวกขึ้นอีกด้วย

 9. ใส่เครื่องสำอางไว้ในกระเป๋าแยก

          ของจุกจิกทุกอย่างทั้งเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวต่าง ๆ ควรใส่แยกไว้ในกระเป๋าใบเล็กเพื่อให้หยิบใช้ได้ง่าย และวางของที่แตกง่ายไว้บนสุด ไม่ให้ถูกของชิ้นอื่นทับเอาได้

 10. ลองยกกระเป๋าดู

          หลังจากจัดเสร็จแล้วก็ลองยกกระเป๋าของคุณขึ้นดูว่ามันหนักเกินไปไหม ถ้าหากคิดว่ามันยังหนักเกินไป และยังมีของใช้ไม่จำเป็นที่คุณยังพอจัดออกไปได้ ก็ลองจัดกระเป๋าดูใหม่ดูอีกที จนกว่าจะได้แบบที่คุณพอใจ

10 สิ่งที่ควรทำ เพื่อความปลอดภัยในทริปของคุณ



 
          บางครั้งการไปเที่ยวในที่ไกล ๆ ที่คุณไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง ก็อาจเป็นการนำความเสี่ยงเข้ามาในชีวิตของตัวเองโดยไม่รู้ตัว เพราะอาจมีคนที่ไม่หวังดีกับคุณฉวยโอกาสเข้ามาขโมยทรัพย์สิน หรืออาจถึงขั้นทำร้ายร่างกายของคุณได้ เพราะฉะนั้นเวลาออกไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม ก็ควรจะดูแลตัวเองให้ดี และรอบคอบอยู่ตลอดเวลา ด้วยการทำตามวิธีเที่ยวให้ปลอดภัยเหล่านี้
 
 1. เก็บของมีค่าไว้ ไม่ให้ใครเห็น

          ควรเลี่ยงการใส่พวกเครื่องประดับราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นของแท้หรือของปลอม รวมถึงหลีกเลี่ยงการถืออุปกรณ์แพง ๆ จำพวกกล้องถ่ายรูปหรือไอแพดไปมาด้วย เพราะจะทำให้คุณกลายเป็นเป้าสายตาของเหล่ามิจฉาชีพ ที่หวังจะนำของเหล่านี้ไปขาย นอกจากนี้ ไม่ควรถือเงินสดจำนวนมากในที่สาธารณะนาน ๆ เมื่อต้องจ่ายเงินหรือได้รับเงินทอน ให้รีบเก็บลงกระเป๋าทันที จะได้ไม่มีใครหมายตาเงินของคุณ
 
 2. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไปด้วย
 
          อย่างแรกที่สำคัญที่สุด คือยาที่คุณต้องทานเป็นประจำ อย่าคิดว่าจะซื้อเมื่อไปถึงโรงแรม เพราะที่โน่นอาจไม่มียาที่คุณต้องการก็ได้ จะทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่เสียเปล่า ๆ นอกจากนี้ ควรพกของจิปาถะอื่น ๆ ที่อาจต้องใช้ในกรณีฉุกเฉินไปด้วย เช่น ไฟฉาย พลาสเตอร์ ยาแก้แฮงค์ และยากันยุง คุณจะได้พร้อมที่จะรับมือทุกสถานการณ์
 
 3. รถที่ใช้เดินทางก็สำคัญ

          หากคุณไม่ได้ไปด้วยรถของตัวเอง เวลาที่ใช้บริการแท็กซี่ ควรเลือกแท็กซี่ที่มีป้ายว่ามาจากศูนย์ไหนเป็นเรื่องเป็นราว ห้ามใช้บริการแท็กซี่ส่วนบุคคลเด็ดขาด เพราะถ้าหากเกิดปัญหาอะไรขึ้น คุณจะหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ นอกจากนี้ ควรจำเลขทะเบียนก่อนขึ้นรถให้ดี ถ้าหากเลขทะเบียนที่เขียนอยู่ในรถไม่ตรงกับที่ท้ายรถ ควรลงจากรถทันที อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเลือกที่จะเช่ารถเพื่อการเดินทาง ก็ควรเช่าจากบริษัทที่มีชื่อเสียงเชื่อถือได้เท่านั้น และควรจอดรถในที่มีคนพลุกพล่าน ห้ามจอดรถในที่เปลี่ยวเด็ดขาด

 4. เลือกห้องพักเพื่อความปลอดภัย

          โรงแรมที่คุณพัก ควรเป็นโรงแรมที่ใช้คีย์การดในการเปิดประตูเท่านั้น นอกจากนี้ หากมีกลอนประตูให้ล็อคเสริมก็ควรล็อคเอาไว้ด้วย เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ยิ่งไปกว่านั้น หากมีโอกาสก็ควรเลือกพักในห้องที่อยู่ติดกับบันได เผื่อในกรณีเกิดไฟไหม้ คุณจะได้สามารถหนีทางบันไดได้ทันที
 
 5. ระวังคนแปลกหน้าเอาไว้
 
          อย่ารับเครื่องดื่มหรือแชร์แท็กซี่กับคนแปลกหน้าเด็ดขาด แม้ว่าเขาจะดูไม่มีพิษภัยแค่ไหนก็ตาม เพราะเขาอาจเป็นมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาก็ได้ นอกจากนี้ หากพบเด็กหลงทางมาขอใหคุณช่วย ก็ควรนำเขาไปส่งตำรวจ แทนที่จะพาไปที่อยู่ตามป้ายชื่อที่แขวนเอาไว้ เพราะบางครั้งเด็กอาจถูกมิจฉาชีพจ้างวานมาโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ได้ ที่สำคัญอย่าพูดถึงข้อมูลส่วนตัวและที่อยู่รวมถึงเบอร์ห้อง ในระยะที่คนแปลกหน้าได้ยิน เพราะเขาอาจเป็นผู้ที่หวังใช้ประโยชน์จากข้อมูลของคุณก็ได้
 
 6. โทรศัพท์มือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
 
          หากว่าโทรศัพท์มือถือของคุณไม่สามารถใช้ได้ในต่างประเทศ คุณควรใช้บริการเช่าโทรศัพท์มือถือจากบริษัทที่ดูน่าเชื่อถือแทน เพราะคุณควรมีโทรศัพท์มือถือไว้ใช้ เพื่อโทรขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินต่าง ๆ นอกจากนี้ ควรพกของที่มีเสียงดัง เช่น นกหวีด เอาไว้ด้วย จะได้ใช้ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถโทรศัพท์ออกไปหาใครได้
 
 7. ควรระวังเป็นพิเศษในกรณีที่พาเด็กไปด้วย
 
          บางครั้งเด็ก ๆ ก็อาจซุกซนจนหลงกับเราได้ง่าย ๆ เราจึงควรเตรียมอุปกรณ์ไว้เพื่อให้พร้อมที่จะรับมือในเวลาที่เด็กหลงทางกับเรา ด้วยการให้ลูกสวมป้ายชื่อที่เขียนที่อยู่ของโรงแรมเอาไว้ด้วย ในขณะที่ออกไปข้างนอก ตำรวจจะได้สามารถนำเขามาส่งได้ถูก นอกจากนี้ คุณควรพกรูปถ่ายของเขาเอาไว้กับตัวด้วย จะได้สามารถถามคนรอบข้างได้ โดยไม่ต้องอธิบายลักษณะของเด็กมาก
 
 8. การใช้ Social network ผิด ๆ อาจอันตรายกว่าที่คุณคิด
 
          หลีกเลี่ยงการโพสต์ข้อความจำพวก ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ทำอะไร ตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง หรือไปกันกี่คน เพราะอาจทำให้คนที่ไม่หวังดี แอบตามคุณมาได้ นอกจากนี้ ยังทำให้สถาการณ์ที่บ้านของคุณไม่ปลอดภัยอีกด้วย เพราะมันเหมือนเป็นการบอกพวกโจรอ้อม ๆ ว่า ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน พวกเขาสามารถเข้าไปปล้นบ้านของคุณได้ตามใจชอบเลย
 
 9. รับมือให้ถูกในกรณีที่โดนกระชากกระเป๋า
 
          พยายามอย่าไปในที่เปลี่ยว เพราะที่นั่นมักจะมีโจรซุ่มรอคุณอยู่ โดยเฉพาะผู้หญิงทั้งหลายที่มักจะเป็นเป้าหมายในการขโมยกระเป๋าถือของพวกโจรเสมอ เพราะพวกเธอมักใช้กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง ๆ และไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะต่อสู้ อย่างไรก็ตาม หากมีโจรที่มาพร้อมอาวุธมาขู่บังคับเอากระเป๋าของคุณ ควรให้เขาไปแต่โดยดีจะดีกว่า เพราะการเสียกระเป๋าย่อมดีกว่าการบาดเจ็บมากไปกว่านั้นแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น อย่าเสนอมอบเงินให้เขาแทน แล้วเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบเงินเด็ดขาด เพราะเขาจะคิดว่าคุณพยายามหยิบอาวุธจากกระเป๋ามาสู้กับเขาเสียมากกว่า และเขาจะตรงเข้าทำร้ายคุณทันที
 
 10. บอกข้อมูลกับคนที่ไว้ใจได้ไว้ด้วย
 
          ควรบอกข้อมูลของคุณกับใครสักคนที่คุณเชื่อใจ และไม่ได้มาเที่ยวกับคุณในครั้งนี้ด้วย  ซึ่งสมาชิกในครอบครัวน่าจะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด ควรบอกที่อยู่โรงแรมและเบอร์ห้องที่คุณอยู่ รวมทั้งถ่ายเอกสารพาสปอร์ต บัตรเครดิต และบัตรประชาชนของคุณทิ้งไว้ให้เขาอย่างละใบ หากเกิดอะไรขึ้น จะได้มีคนที่รู้ควาเป็นไปของคุณ และสามารถสืบหากับตำรวจได้ถูก

10 สิ่ง ควรรู้ก่อนไปพักร้อนกับเพื่อน ๆ


10 สิ่ง ควรรู้ก่อนไปพักร้อนกับเพื่อน ๆ


          วันหยุดสุดสัปดาห์ เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจกำลังวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ทะเล ภูเขา หรือต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นอกจากวางแผนหาที่เที่ยวแล้ว ก็ควรตกลงเรื่องจุกจิกอย่างโปรแกรมที่จะทำและค่าใช้จ่ายของคุณให้ดีก่อนไปด้วย เพื่อที่คุณจะได้มีทริปที่สนุกสนาน โดยไม่ต้องมามีปัญหากันทีหลัง 
          ทั้งนี้ หากคุณเป็นอีกคนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อน ๆ อยู่ ลองอ่าน 10 สิ่งที่ควรทำเวลาไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่เรานำมาแนะนำกันดู เผื่อคุณกับเพื่อน ๆ จะได้มีเวลาที่ดีร่วมกันมากขึ้นอีกนะคะ
1. ตกลงเรื่องเงินกันก่อน
          ใคร ๆ ก็รู้ว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องละเอียดอ่อนขนาดไหน ถ้าไม่คุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายก่อนไป อาจจะทำให้ทะเลาะกันทีหลังได้ ควรตกลงกันไว้ก่อนเลยว่าจะจำกัดงบประมาณ สำหรับค่าที่พัก ค่ากิน หรือค่าน้ำมันเท่าไหร่ และจะแชร์กันจ่ายอย่างไร นอกจากนี้ ในกรณีที่ขับรถไปกันเองก็ควรตกลงกันก่อนด้วยว่าใครจะเป็นคนขับด้วย
2. วางแผนร่วมกัน
          ก่อนจะไปเที่ยว ควรคุยกันว่าจะวางโปรแกรมอย่างไร จะไปที่ไหน ทำอะไรบ้างในแต่ละวัน จะได้เลือกทำอะไรที่คุณชอบร่วมกันบ้าง หรือผลัดกันเลือกก็ได้ เพื่อให้ได้ทำในสิ่งที่ทุกคนชอบเปลี่ยน ๆ กันไป และจะได้เปลี่ยนบรรยากาศไปทำกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยลองกันอีกด้วย
 3. เตรียมใจก่อนเข้าสนามบิน 
          ถ้าหากนี่เป็นครั้งแรกที่คุณเดินทางข้ามประเทศล่ะก็ เตรียมใจรับมือกับการตรวจในสนามบินให้ดี เพราะการตรวจค่อนข้างเข้มงวดมาก จนคุณไม่สามารถแม้แต่จะสวมพวกเข็มขัดโลหะเข้าไปได้ ดังนั้น ควรแพ็คของอย่างระมัดระวัง ไม่นำพวกส้อม มีด หรือ กรรไกรไปด้วย นอกจากนี้ก็ไม่ควรสวมพวกเครื่องประดับโลหะไปด้วย
4. คุณกับเพื่อนชอบเที่ยวกลางคืนหรือเปล่า
          หากคุณเป็นคนรักการเที่ยวกลางคืนเป็นชีวิตจิตใจ ในขณะที่เพื่อนของคุณชอบนอนเร็ว ๆ เพื่อจะได้ตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ตอนเช้า พวกคุณก็ควรขอคีย์การ์ดหรือกุญแจสำรองเพิ่มกับพนักงานด้วย คุณจะได้ไปเที่ยวนานเท่าไหร่ก็ได้โดยไม่ต้องกังวลกับเวลากลับที่พัก และเพื่อนของคุณก็ยังสามารถหลับสบายได้โดยไม่ต้องเปิดประตูให้คุณกลางดึกด้วย
5. ชวนเพื่อนให้เหมาะกับที่ที่จะไปด้วย
          แม้จะสนิทกันแค่ไหน แต่หากเขาเป็นคนที่ไม่ชอบการเที่ยวแบบเดียวกับคุณและเพื่อนคนอื่นแล้วล่ะก็ ค่อยชวนเขาไปทริปหน้าที่เหมาะกับเขาจะดีกว่า เพราะทั้งคุณและเขาจะสนุกกับทริปนั้นได้น้อยลงทั้งคู่ เช่น ถ้าคุณพาเพื่อนที่เกลียดการเที่ยวแบบลุย ๆ ไปปีนเขาด้วย เขาก็คงไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ คุณเองก็จะเบื่อกับเสียงบ่นของเขาที่ออกมาเป็นระยะ ๆ อีกด้วย
6. เตรียมรับมือทุกสถานการณ์
          ไม่มีทริปไหนหรอกที่เป็นได้อย่างใจคุณทุกอย่าง เหตุการณ์ที่คุณไม่ได้คิดเอาไว้เกิดขึ้นได้เสมอแหละ ดังนั้น จงเตรียมพร้อมรับมือเรื่องไม่คาดฝันทุกอย่าง และอย่าอารมณ์เสียเวลาที่อะไร ๆ ไม่เป็นไปอย่างที่คุณคิด เตรียมแผนสำรองสำหรับทริปของคุณไว้ให้ดี
7. แบ่งหน้าที่กันให้ดี
          การที่ทุกคนได้แบ่งความรับผิดชอบกันจะทำให้งานต่าง ๆ เสร็จเร็วขึ้น และยังทำให้รู้สึกสนุกที่ได้มีส่วนร่วมกันทุกคนอีกด้วย ดังนั้น หากคุณอยากลองทานบาร์บีคิวเป็นอาหารค่ำสักมื้อ ก็ตกลงกันเลยว่าใครจะเป็นคนย่าง ใครจะเป็นคนจัดโต๊ะ และใครจะเป็นคนล้างจาน จะได้มีมื้ออร่อย ๆ และได้ใช้เวลาดี ๆ ร่วมกัน
8. เผื่อเวลาเป็นส่วนตัวไว้ด้วย
          ถึงแม้คุณกับเพื่อน ๆ จะไปสนุกด้วยกัน แต่ก็ควรให้เวลาเป็นส่วนตัวกันบ้าง ซึ่งในระหว่างนี้ใครอยากแยกย้ายไปทำอะไรก็ได้ จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา คุณอาจใช้เวลานี้แอบไปเดินเที่ยวช้อปซื้อของฝากคนที่บ้านให้สะใจ หรือไปสปาดี ๆ เพื่อผ่อนคลายก็ได้
9. สารภาพพฤติกรรมตอนนอนของตัวเอง
          อาจจะมีบางอย่างที่คุณอดอายไม่ได้หากต้องบอกเพื่อน ๆ เช่น นอนกรน นอนกัดฟัน นอนละเมอ ฯลฯ แต่ไม่ว่าอย่างไร คุณก็ต้องทำใจบอกเพื่อนก่อนจะไปเที่ยวด้วยกัน เพราะเมื่อไปถึงหากคุณกรนเสียงดัง เขาก็จะรู้กันหมดอยู่ดี เพราะฉะนั้น สารภาพออกมาเลยดีกว่า จะได้รู้ไปเลยว่าเพื่อน ๆ รับได้หรือไม่ หากพวกเขาไม่สามารถทนได้ ก็ค่อยแยกห้องนอนเอาก็แล้วกัน
10. แพ็คกระเป๋าให้ดี
          สำรวจภูมิอากาศของที่ ๆ คุณจะไปในช่วงนั้นดู แล้วเลือกแพ็คเสื้อผ้าให้เข้ากับอากาศที่โน่น นอกจากนี้ ก็ควรแพ็คแต่ของที่จำเป็นไปเท่านั้น อะไรที่สามารถแบ่งกันใช้กับเพื่อนได้ก็ควรตกลงกันก่อนไป จะได้ลดของที่ต้องเอาไปให้น้อยลง เช่น ไม่พกเครื่องสำอาง แล้วแบ่งกันใช้กับเพื่อนแทน ส่วนคุณก็พกเครื่องประดับไปแบ่งเพื่อนใช้ด้วย เท่านี้ก็จะช่วยให้ทั้งคุณและเพื่อนมีกระเป๋าเดินทางที่เบาลงแล้ว

3 วิธีง่าย ๆ เพื่อประหยัดงบในทริปของคุณ




          สมัยนี้เราต้องพยายามใช้เงินอย่างประหยัดกันให้มากขึ้น เพราะข้าวของมีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ค่าครองชีพเพิ่มตัวสูงขึ้งตามไปด้วย ถึงอย่างนั้น การออกไปเที่ยวพักผ่อนก็ยังเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศ และผ่อนคลายจากเรื่องเครียด ๆ ต่าง ๆ นานา แต่แหม...การไปเที่ยวแต่ละครั้งก็ดูจะใช้เงินมากเหลือเกิน เพราะไหนจะค่าตั๋ว ค่ากิน ค่าที่พัก ค่าของฝาก และยังค่าเที่ยวอีก วันนี้เราจึงได้นำเคล็ดลับดี ๆ ในการลดรายจ่ายในทริปของคุณมาฝาก ลองมาอ่านกันดูเลยค่ะ

 1. มองหาที่พักราคาปานกลาง

          คุณไม่จำเป็นต้องจองห้องพักราคาแพงเสมอไป แค่ห้องพักราคาปานกลางก็เพียงพอแล้ว เพราะแม้จะไม่ได้ดูหรูหรา แต่คุณก็จะได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่เช่นกัน แถมบางครั้งคุณยังสามารถขอเครื่องอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมจากทางโรงแรมได้อีกด้วย ในขณะเดียวกัน ใช่ว่าการจองที่พักล่วงหน้าจะดีกว่าเสมอไป ลองเช็คอินในช่วง 4 - 6 โมงเย็นที่หน้าเคาน์เตอร์ดูบางก็ได้ เพราะโรงแรมมักจะได้รับรายงานเรื่องห้องที่ถูกยกเลิกในช่วงเวลานี้เสมอ คุณจึงอาจได้ห้องเหล่านี้มาเป็นของตัวเองพร้อมข้อเสนออื่น ๆ เพิ่มเติมด้วยก็ได้

 2. จองตั๋วให้ถูกวิธี

          ควรหลีกเลี่ยงการจองตั๋วจำพวก flexible fares เว้นแต่ว่าจะจำเป็นจริง ๆ เพราะแม้ตั๋วประเภทนี้จะช่วยให้ความสะดวกตรงที่คุณสามารถปรับเปลี่ยนเวลาได้ตามใจชอบ แต่ก็มักจะมีราคาแพงกว่าตั๋วแบบปกติ เพราะฉะนั้น ควรกำหนดวันให้แน่นอน แล้วจึงค่อยจองตั๋วสำหรับทริปของคุณ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการจองตั๋วในช่วงเทศกาลด้วย เพราะราคามักจะถูกปรับให้แพงขึ้นอีกเสมอ

 3. ศึกษาข้อมูลท้องถิ่น

          เชื่อเถอะว่าข้อมูลทุกอย่างนั้นมีให้คุณค้นหาตามอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ๆ แถมยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ อีกด้วย เพียงแค่ใช่เวลาอ่านรีวิวการท่องเที่ยวตามเว็บไซต์ คุณก็จะได้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น สถานที่น่าเที่ยว แหล้งช้อปปิ้งของที่ระลึกถูก ๆ รวมถึงร้านอาหารอร่อยราคาประหยัดด้วย อย่างไรก็ดี ควรหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ดูเชื่อถือได้หลาย ๆ ที่ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูล และเพื่อให้คุณได้มีตัวเลือกเพิ่ม

ขอวีซ่าญี่ปุ่น เตรียมตัวอย่างไร


 
          สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ที่กำลังเตรียมตัวไปเยือนประเทศญี่ปุ่น การขอวีซ่าคือสิ่งจำเป็นสิ่งแรกที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอรวบรวมข้อมูลในการเตรียมตัวเพื่อขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น มาฝากกันนะคะ
 
เอกสารหลัก ๆ ที่ต้องเตรียม

           1. หนังสือเดินทางที่มีหน้าว่างมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป (หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า ให้นำไปแสดงด้วย)

           2. รูปถ่าย สี หรือ ขาวดำ ก็ได้ ขนาด 2x2 นิ้ว (ถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน)

           3. ทะเบียนบ้านฉบับจริง และสำเนา 1 ชุด

           4. แบบฟอร์มขอวีซ่าญี่ปุ่น 1 ชุด เซ็นต์ชื่อให้เรียบร้อย

           5. แบบสอบถามเพื่อขอวีซ่า 1 ชุด

           6. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารฉบับจริง และสำเนาทุกหน้า 1 ชุด

           6.1 หากเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานมหาวิทยาลัย หรือพนักงานบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีเงินเดือน  20,000 บาทขึ้นไป ไม่ต้องยื่นสมุดบัญชีเงินฝาก

           7. กรณีเป็นพนักงาน หรือ ข้าราชการ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากต้นสังกัด (โดยระบุตำแหน่ง, วันเริ่มทำงาน, อัตราเงินเดือน และระยะเวลาวที่ลาพักร้อน ให้ครบถ้วน)

           7.1 กรณีประกอบกิจการส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือ ทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์

           7.2 กรณีนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา และหนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ

           7.3 กรณีผู้อยู่ภายใต้อุปการะเลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานหรือธุรกิจของผู้อุปการะ (โดยเอกสารจะต้องออกมาไม่เกิน 3 เดือน)

           8. หากมีการเปลี่ยนแปลง ชื่อ-นามสกุล ให้เตรียมเอกสารการเปลี่ยนชื่อ-สกุล, ทะเบียนสมรส (ถ้ามี), ทะเบียนหย่า (ถ้ามี) ทั้งฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด

เอกสารเพิ่มเติมแยกตามแต่ละประเภทของวีซ่า

 วีซ่าประเภทที่ 1 ท่องเที่ยว เยี่ยมเพื่อน หรือคนรู้จัก

          กรณีไปเยี่ยมเพื่อนหรือคนรู้จักในญี่ปุ่น ต้องมีเอกสารรับรองเหตุผลในการเดินทาง, จดหมายรับรองความสัมพันธ์ (อธิบายว่ารู้จักกันอย่างไร), รูปถ่ายคู่กัน, จดหมายที่ติดต่อกัน, สำเนาหนังสือเดินทางของเพื่อนหรือคนรู้จักที่จะไปเยี่ยม

 วีซ่าประเภทที่ 2 เยี่ยมญาติ

          เอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ยื่นกับญาติที่อยู่ในญี่ปุ่น เช่น ทะเบียนบ้านไทย หรือ หนังสือรับรองคนต่างด้าวของญาติ (ออกมาไม่เกิน 3 เดือน) ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด

 วีซ่าประเภทที่ 3 ติดต่อธุรกิจ หรือฝึกอบรม

          - เอกสารแสดงถึงภารกิจในญี่ปุ่น อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น

          · หนังสือเชิญจากบริษัทในญี่ปุ่น

          · หนังสือแสดงเหตุผลในการเดินทางจากบริษัทต้นสังกัด

          · หนังสือรับรองการฝึกงาน และแผนการฝึกงาน รวมทั้งชี้แจงว่ามีการได้เบี้ยเลี้ยงหรือไม่

 วีซ่าประเภทที่ 4 ติดต่อธุรกิจแบบเดินทางหลายครั้ง (Multiple)

          - หนังสือแสดงเหตุผลในการขอวีซ่าแบบ Multiple 1 ชุด

          - บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ต้องใช้ หนังสือรับรองจากบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

          - องค์กรธุรกิจที่ดำเนินการโดยรัฐ หรือ องค์กรของราชการ ไม่ต้องแสดงเอกสารยืนยัน

          - บริษัทลูก หรือ บริษัทร่วมทุน ที่จดทะเบียนหลาดหลักทรัพย์ในญี่ปุ่น แสดงเอกสารของบริษัท และหลักฐานการจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ในญี่ปุ่น

          - บริษัทที่ทำธุรกิจกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ต้องใช้ เอกสารเชิญจากบริษัทในญี่ปุ่น และหลักฐานการจดทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัทที่เชิญ

          - บริษัทที่มีสาขาในญี่ปุ่น และ เป็นสมาชิกของหอการค้าญี่ปุ่นในประเทศไทย (JCC) ให้แสดงเอกสารการเป็นสมาชิก รวมถึงที่อยู่สำนักงานในญี่ปุ่น

          - บริษัทที่เป็นสมาชิกกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ และมีทุนจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องใช้เอกสารการเป็นสมาชิก และเอกสารยืนยันว่ามีการดำเนินธุรกิจจริง เช่น ใบกำกับสินค้า เป็นต้น

 วีซ่าประเภทที่ 6 การเข้าประเทศญี่ปุ่นระยะสั้น (Transit) เช่น การต่อเครื่องบิน

          - ตั๋วเครื่องบินฉบับจริง (ระบุวันที่ และ เส้นทางเข้า-ออกประเทศญี่ปุ่นให้ชัดเจน)

          - ถ้าเป็นตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีใบยืนยันเส้นทางการบิน จากสายการบินด้วย

 วีซ่าประเภทที่ 8 คู่สมรสชาวญี่ปุ่น

          - ใบทะเบียนสมรส

          - ทะเบียนครอบครัวของคู่สมรสชาวญี่ปุ่น

          - เอกสารกำหนดการที่วางแผนไว้ ตลอดเวลาที่อยู่ในญี่ปุ่น (รายละเอียดวันต่อวัน)

อัตราค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า

          - วีซ่าทั่วไป 1,120 บาท

          - วีซ่า Multiple (สำหรับการเดินทางหลายครั้ง) 2,260 บาท

          - วีซ่าทรานซิท (สำหรับการเดินทางผ่าน) 260 บาท

เวลาทำการ

          1. การยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกประเภทยกเว้นในข้อ 2  ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องติดต่อที่ศูนย์รับยื่นขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC) ณ อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C เลขที่ 191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

           การรับคำร้องขอวีซ่า จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08:30 น. - 17:30 น. (ไม่มีพักกลางวัน)

           การรับหนังสือเดินทางคืน วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08:30 น. - 17:30 น. (ไม่มีพักกลางวัน) และ วันเสาร์ เวลา 08:30 น. - 12:30 น.

          2. การยื่นคำร้องขอวีซ่าสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ และกรณีเร่งด่วนที่เกี่ยวกับทางด้านมนุษยธรรม รวมถึงการปรึกษา และการยื่นเอกสารเพิ่มเติม ที่สามารถติดต่อได้ที่แผนกกงสุล สถานทูตญี่ปุ่นเท่านั้น 

           วันและเวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08:30 น. - 12.00 น. และ 13:30 น. - 16:00 น. เลขที่ 177 ถนนวิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

          เบอร์โทร 02-207-8503, 02-696-3003

           เวลายื่นคำร้อง วันจันทร์-ศุกร์  เวลา 08.30 น. – 11.15 น . 

          3. ที่ทำการไปรษณีย์ภูเก็ต : 12/16 ถ.มนตรี ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000

          4. ที่ทำการไปรษณีย์ศรีราชา : 7/1 ถ.เจิมจอมพล ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110

          5. ที่ทำการไปรษณีย์พระนครศรีอยุธยา : 123 ม.5 ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 13000

          6. ที่ทำการไปรษณีย์ระยอง : 125 ถ.สุขุมวิท ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง 21000

          7. ที่ทำการไปรษณีย์นครราชสีมา : 371 ถ.อัษฎางค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000

          8. ที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก : 118 ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000

          9. ที่ทำการไปรษณีย์ขอนแก่น : 153/8 ถ.กลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น 40000

          10. ทำการไปรษณีย์อุบลราชธานี : 145 ถ.ศรีณรงค์ ต.ในเมือง อ.เมือง อุบลราชธานี 34000

          11. ที่ทำการไปรษณีย์เพชรบุรี : 4 ถ.ราชวิถี ต.คลองกระแชง อ.เมือง เพชรบุรี 76000

          12. ทำการไปรษณีย์สุราษฏร์ธานี : 291/1 ถ.ตลาดใหม่ ต.ตลาด อ.เมือง สุราษฎร์ธานี 84000

          13. ทำการไปรษณีย์หาดใหญ่ : 43 ถ.นิพัทธ์สงเคราะห์ 1 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ สงขลา 90110

ขอข้อมูลเพิ่มเติม

โทร. 02-632-1541

ระหว่างเวลา 08.30 น. – 17.30 น. วันจันทร์ – ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ
อีเมล info.jpth@vfshelpline.com

7 วิธี เที่ยวต่างประเทศอย่างปลอดภัย



          เราทุกคนต่างก็มีประเทศที่อยากลองไปเที่ยวด้วยกันทั้งนั้น เพราะบางครั้งเราก็อยากจะเปลี่ยนจากบรรยากาศแบบเดิม ๆ ออกไปศึกษาวัฒนธรรมใหม่ ๆ หรือลองทานอาหารต่างประเทศจากถิ่นกำเนิดดูบ้าง แต่ถึงอย่างนั้น นอกจากจะคิดถึงเรื่องสนุกแล้ว เราก็ควรห่วงความปลอดภัยของตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะไม่ว่าประเทศไหน ๆ ก็มีพวกมิจฉาชีพที่หวังจะเอาเปรียบนักท่องเที่ยวซ่อนอยู่ด้วยทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เราจึงควรดูแลความปลอดภัยของตัวเองตลอดเวลา ด้วยการทำตามวิธีเหล่านี้...

 1. อย่าใส่เครื่องประดับโชว์ 

          เครื่องประดับมีราคาจากแบรนด์ดัง ๆ จะช่วยให้ผู้คนรอบข้างหันมาสนใจคุณมากขึ้น รวมถึงพวกมิจฉาชีพที่คุณอยากจะหลีกหนีด้วย เพราะเครื่องประดับพวกนี้ จะทำให้พวกเขาแน่ใจได้ว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงปล้นคุณสักครั้ง เพราะของที่ได้ไปน่าจะขายได้ราคาแพงเลยทีเดียว ดังนั้น เก็บเครื่องประดับแพง ๆ ไว้ที่บ้านบ้างก็ได้ แล้วเลือกใส่กำไล้ข้อมือถักน่ารัก ๆ ราคาเบา ๆ สักเส้นก็ดูดีแล้ว

 2. เก็บเงินอย่างระมัดวัง

          อย่าถือเงินเดินไปมาจนเด่นสะดุดตา เมื่อใช้เงินเสร็จแล้วก็รีบเก็บใส่กระเป๋าทันที และกดเงินจากตู้ในธนาคารที่มีคนพลุกพล่านเท่านั้น เพื่อไม่ให้พวกโจรเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ ก็ไม่ควรเก็บเงินไว้ที่เดียวกันหมด แบ่งเก็บตามจุดต่าง ๆ เช่น ที่พัก พระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเดินทาง หรือซ่อนไว้ตามอกเสื้อบ้างก็ได้ ถ้าเผื่อถูกขโมยขึ้นมาจริง ๆ จะได้มีเงินสำรองเหลือเผื่อไว้ใช้บ้าง

 3. พกเครื่องป้องกันตัวใส่กระเป๋าไปด้วย 

          สเปรย์พริกไทย เครื่องช็อตไฟฟ้า หรือมีดพกคงไม่หนักกระเป๋าคุณเท่าไหร่หรอก แต่มันจะช่วยให้คุณรู้สึกปลอดภัยขึ้นอีกมาก และยังสามารถเอามาใช้ป้องกันตัวในยามฉุกเฉินได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น จัดที่ไว้ในกระเป๋าสำหรับของพวกนี้ด้วย บางทีคุณอาจจำเป็นต้องใช้มัน โดยเฉพาะผู้หญิงทั้งหลายยิ่งควรพกไปด้วยเป็นพิเศษ เพราะผู้หญิง (ส่วนใหญ่) ใช้กำลังของตัวเองชนะผู้ชายไม่ได้หรอก 

 4. เลี่ยงการเดินในที่เปลี่ยว

          แม้แต่ที่ซึ่งคุณคุ้นทางอยู่แล้วในประเทศตัวเอง คุณยังไม่ควรเดินในที่มืด ๆ คนน้อย ๆ ตามลำพังเลย แล้วถ้าไปเดินในที่แบบนี้ต่างเมืองล่ะก็ จะไม่ยิ่งอันตรายขึ้นอีกหรือ ที่แบบนี้แหละที่พวกโจรมักไปรวมตัวกัน รอดักเหยื่อที่เดินเข้ามา ดังนั้นพยายามอยู่ในที่มีคนพลุกพล่านเข้าไว้ อย่าเดินหรือจอดรถในที่เงียบ ๆ ไม่มีคนเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงค่าจอดรถแพง ๆ ก็คุ้มค่ากว่าการถูกปล้นแน่นอนล่ะ

 5. ระวังในการบอกข้อมูล

          บอกข้อมูลส่วนตัวของคุณเฉพาะเวลาที่จำเป็นจริง ๆ เช่น ตอนที่ต้องกรอกเอกสารสำคัญ ๆ แต่อย่าเอาข้อมูลอย่างเบอร์ห้อง เบอร์โทรศัพท์ หรือที่อยู่ ไปพูดเสียงดังในระยะที่คนแปลกหน้าได้ยินเด็ดขาด เพราะเราไม่รู้หรอกว่า คนพวกนี้จะเป็นมิจฉาชีพแฝงตัวมาบ้างหรือเปล่า ซึ่งเขาอาจเอาข้อมูลของคุณไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด แบบที่คุณไม่คาดฝันมาก่อนเลยก็ได้

 6. ถ่ายเอกสารสำคัญไว้ให้ที่บ้าน

          แม้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่คุณก็อาจทำเอกสารที่ต้องใช้เช่นพาสปอร์ต หายหรือถูกขโมยไปได้ เพราะฉะนั้น ควรถ่ายเอกสารของพวกนี้เอาไว้ให้ครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ ซึ่งไม่ได้มาเที่ยวครั้งนี้กับคุณเก็บเอาไว้ด้วย เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ขอสำเนาจากพวกเขาได้ นอกจากนี้ ก็ควรทิ้งเบอร์ติดต่อที่พักไว้ให้พวกเขาด้วย เผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้บอกให้คุณรู้ได้

 7. อย่าไว้ใจคนอื่นมากเกินไป

          อย่าไว้ใจคนอื่นมากเกินไป โดยเฉพาะคนแปลกหน้า เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขามาดีหรือมาร้าย และหวังจะหาประโยชน์จากเรายังไงบ้าง ดังนั้น ถ้าคุณรู้สึกได้ว่าเขาดูพยายามเข้าหาคุณมากเกินไป หรือรู้สึกได้ว่าเขาทำดีมากเกินจนไม่เป็นธรรมชาติ เชื่อสัญชาตญาณของตัวเองเอาไว้ และพยายามตีตัวห่างจากเขาจะดีกว่า นอกจากนี้ถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังถูกคนแอบตาม ก็อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ รีบไปในที่มีคนมาก ๆ และขอให้ใครช่วยทันทีจะดีกว่า